บุคคลธรรมดา

5 February 2010

สำหรับสถาปนิกและวิศวกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารแล้ว
สนใจจะลงทะเบียนกับเรา กรุณากรอกข้อมูลในหน้า
ลงทะเบียน เราจะลงข้อมูลของท่านในเว็บไซต์
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

รายชื่อผู้ตรวจสอบอาคารประเภทบุคคลธรรมดา


นิติบุคคล

5 February 2010

สำหรับนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารแล้ว
สนใจจะลงทะเบียนกับเรา กรุณากรอกข้อมูลในหน้า
ลงทะเบียน เราจะลงข้อมูลของท่านในเว็บไซต์
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

รายชื่อผู้ตรวจสอบอาคารประเภทนิติบุคคล


แบบฟอร์มคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

5 February 2010

แบบฟอร์มคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

- คำขอต่ออายุหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ แบบ ต.2

- คำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ แบบ ต.3


กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

5 February 2010

- กฎกระทรวงกำหนดชนิดหรือประเภทของอาคารที่เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารหรือผู้ดำเนินการต้องทำการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก พ.ศ. 2548 (85.44 KB)

- กฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 (71.29 KB)

- กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 (1.57 MB)

- กฎหมายควบคุมอาคาร จากเว็บไซต์ กรมโยธาธิการและผังเมือง

- รวมกฎหมาย จากเว็บไซต์ สมาคมสถาปนิกสยามฯ


คู่มือแนะนําการปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องการตรวจสอบสภาพอาคารสําหรับเจ้าของอาคาร

5 February 2010

คู่มือแนะนําการปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องการตรวจสอบสภาพอาคารสําหรับเจ้าของอาคาร

1. วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบสภาพอาคาร

คําถามที่เจ้าของอาคารมักสงสัยว่าจะได้ประโยชน์อะไรจากการตรวจสอบสภาพอาคาร กฎหมายบังคับเกินความจําเป็นหรือไม่ คงต้องพิจารณาถึงที่มาของการออกกฎหมาย แนวความคิดและวัตถุประสงค์ของกฎหมายก่อน

เนื่องจากอาคารจะมีโครงสร้างและระบบต่าง ๆ ภายในอาคารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน เช่น ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบไฟฟ้า ระบบลิฟต์ ฯลฯ ซึ่งระบบต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อมีการใช้งานไประยะหนึ่งจําเป็นต้องมีการตรวจสอบดูแลและบํารุงรักษา เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งในการใช้อาคารอย่างถูกต้องและปลอดภัยแล้ว แม้กฎหมายจะไม่บังคับให้ต้องทําการตรวจสอบสภาพอาคารและบํารุงรักษา แต่ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารควรจะดําเนินการอยู่แล้ว

มีหลายกรณีที่เกิดเหตุการณ์อาคารถล่มหรือไฟไหม้ โดยเฉพาะอาคารสาธารณะที่มีคนเข้าไปใช้สอยเป็นจํานวนมาก แม้จะมีเหตุที่บ่งชี้ว่าโครงสร้างของอาคารเกิดการวิบัติขึ้นแล้ว และจะอันตรายอย่างร้ายแรงถึงขั้นอาคารถล่มหากไม่ได้รับการแก้ไข แต่เจ้าของอาคารก็ไม่ทราบและไม่คาดคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นร้ายแรงเพียงใด หรือกรณีเพลิงไหม้โรงแรมบางแห่งที่ทําให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจํานวนมาก แม้ว่าจะมีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ระบบกลับไม่ทํางาน ทําให้ผู้ใช้อาคารไม่ทันได้ระวังตัวและหนีไม่ทัน ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสําคัญของการตรวจสอบสภาพระบบต่างๆ ของอาคารได้เป็นอย่างดี

ในปัจจุบันนี้มีหลายอาคารที่คํานึงถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้อาคาร โดยจัดให้มีการบํารุงรักษาโครงสร้างและระบบต่างๆ ของอาคารให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมออยู่แล้ว ถึงกระนั้นการตรวจสอบสภาพอาคารก็ยังมีความจําเป็น เนื่องจากเป็นระบบการตรวจทานมิให้เกิดข้อผิดพลาดจากการดูแลบํารุงรักษาอาคารโดยผู้ตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นบุคคลที่สามหรือ Third party

2. บทบาทของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

กฎหมายได้กําหนดให้เจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารด้านวิศวกรรมหรือผู้ตรวจสอบด้านสถาปัตยกรรม แล้วแต่กรณี ต้องทําการตรวจสอบสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

(1) ความมั่นคงแข็งแรงอาคาร ได้แก่

(ก) การต่อเติมดัดแปลงปรับปรุงตัวอาคาร

(ข) การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักบรรทุกบนพื้นที่อาคาร

(ค) การเปลี่ยนสภาพการใช้อาคาร

(ง) การเปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุตกแต่งอาคาร

(จ) การชํารุดสึกหรอของอาคาร

(ฉ) การวิบัติของโครงสร้างอาคาร

(ช) การทรุดตัวของฐานรากอาคาร

(2) ระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร ได้แก่

(ก) ระบบบริการและอํานวยความสะดวก

(1) ระบบลิฟต์

(2) ระบบบันไดเลื่อน

(3) ระบบไฟฟ้า

(4) ระบบปรับอากาศ

(ข) ระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม

(1) ระบบประปา

(2) ระบบระบายน้ำเสียและระบบบําบัดน้ำเสีย

(3) ระบบระบายน้ำฝน

(4) ระบบจัดการมูลฝอย

(5) ระบบระบายอากาศ

(6) ระบบควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียง

(ค) ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย

(1) บันไดหนีไฟและทางหนีไฟ

(2) เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน

(3) ระบบระบายควันและควบคุมการแพร่กระจายควัน

(4) ระบบไฟฟ้าสํารองฉุกเฉิน

(5) ระบบลิฟต์ดับเพลิง

(6) ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้

(7) ระบบการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง

(8) ระบบการจ.ายน้ำดับเพลิง เครื่องสูบน้ำดับเพลิง และหัวฉีดน้ำดับเพลิง

(9) ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ

(10) ระบบป้องกันฟ้าผ่า

(3) สมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร ได้แก่

(ก) สมรรถนะบันไดหนีไฟและทางหนีไฟ

(ข) สมรรถนะเครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน

(ค) สมรรถนะระบบแจ้งสัญญาณเหตุเพลิงไหม้

(4) ระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร ได้แก่

(ก) แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคาร

(ข) แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร

(ค) แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร

(ง) แผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร

3. ประเภทอาคารที่ต้องตรวจสอบและกําหนดวันที่ต้องส่งรายงานการตรวจสอบ

อาคารที่ต้องตรวจสอบมี 9 ประเภท ได้แก่

3.1 อาคารสูง (อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ที่มีความสูงตั้งแต่ยี่สิบสามเมตรขึ้นไป การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สําหรับอาคารจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด)

3.2 อาคารขนาดใหญพิเศษ (อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้พื้นที่อาคารหรือส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท โดยมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่หนึ่งหมื่นตารางเมตรขึ้นไป)

3.3 อาคารชุมนุมคน (อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่บุคคลอาจเข้าไปภายในเพื่อประโยชน์ ในการชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไป หรือชุมนุมคนได้ตั้งแต่ห้าร้อยคนขึ้นไป)

3.4 โรงมหรสพ (อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นที่สําหรับฉายภาพยนตร์ แสดงละคร แสดงดนตรี หรือการแสดงรื่นเริงอื่นใด และมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดให้สาธารณะชนเข้าชมการแสดงนั้นเป็นปกติธุระ โดยจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม)

3.5 โรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ที่มีจํานวนห้องพักตังแต่แปดสิบห้องขึ้นไป

3.6 อาคารชุด ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม (อาคารหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยสําหรับหลายครอบครัว โดยแบ่งออกเป็นหน่วยแยกจากกันสําหรับแต่ละครอบครัว) ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป

สําหรับอาคารชุดและอาคารอยู่อาศัยรวมที่ไม่เข้าข่ายเป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษจะได้รับการผ่อนผันเรื่องกําหนดเวลาการตรวจสอบคือ

– กรณีที่มีพื้นที่อาคารรวมกันในหลังเดียวกันไม่เกิน 5,000 ตารางเมตร ให้ทําการตรวจสอบและส่งผลการตรวจสอบก่อนวันที่ 25 ตุลาคม 2555

– กรณีที่มีพื้นที่อาคารรวมกันในหลังเดียวกันเกิน 5,000 ตารางเมตร ให้ทําการตรวจสอบและส่งผลการตรวจสอบก่อนวันที่ 25 ตุลาคม 2553

3.7 อาคารโรงงานที่สูงกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป

3.8 ป้ายสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไปหรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือป้ายที่ติดหรือตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป

3.9 สถานบริการ ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป

ทั้งนี้ อาคารทั้ง 9 ประเภท (เว้นแต่อาคารตามข้อ 3.6 ที่ไม่เข้าข่ายเป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ) ต้องถูกตรวจสอบและส่งรายงานการตรวจสอบก่อนวันที่ 29 ธันวาคม 2550

สําหรับกรณีพื้นที่นอกเขตควบคุมอาคาร (พื้นที่ที่ยังไม่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือพื้นที่นอกเขตผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง) อาคารที่ต้องทําการตรวจสอบมี 4 ประเภท ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ.พิเศษ อาคารชุมนุมคน และโรงมหรสพ

4. คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบ

ผู้ตรวจสอบจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาก็ได้ โดยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา

(ก) มีสัญชาติไทย

(ข) ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก แล้วแต่กรณี

(ค) ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบ

ของอาคารตามที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง

(ง) ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ

(2) ถ้าเป็นนิติบุคคล

(ก) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องเป็นของ

ผู้มีสัญชาติไทย และมีผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการทั้งหมด

(ข) ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก แล้วแต่กรณี

(ค) สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องผ่านการอบรม

หลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารที่คณะกรรมการควบคุม

อาคารรับรอง

(ง) สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลตาม (ค) ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน

เป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ

สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคล ได้แก่ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการหรือผู้บริหารตําแหน่งอื่นที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลในการตรวจสอบอาคาร

ผู้ตรวจสอบดังกล่าวต้องขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคาร โดยจะได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ ตามแบบ รต. 1 จากคณะกรรมการควบคุมอาคาร

ภาพแสดงหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร (แบบ รต. 1)

  • จะหาผู้ตรวจสอบได้จากที่ใด

เจ้าของอาคารสามารถค้นหารายละเอียดข้อมูลของผู้ตรวจสอบอาคารได้ในเว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมือง (www.dpt.go.th) ซึ่งจะมีรายชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ของผู้ตรวจสอบอาคาร แสดงไว้เพื่อให้เจ้าของอาคารได้พิจารณาเลือกผู้ตรวจสอบอาคารด้วยตนเอง หรือดูได้จากเว็บไซต์ ThaiBuildingInspector ได้เช่นกัน

รายชื่อผู้ตรวจสอบอาคารประเภทบุคคลธรรมดา

http://www.thaibuildinginspector.net/forum/index.php?board=2.0

รายชื่อผู้ตรวจสอบอาคารประเภทนิติบุคคล

http://www.thaibuildinginspector.net/forum/index.php?board=3.0

  • ราคาค่าตรวจสอบ

ราคาค่าตรวจสอบขึ้นอยู่กับ

1. ลักษณะและขอบเขตของการทํางานตรวจสอบ ซึ่งเป็นการตรวจสอบแบบ Audit ด้วยสายตา ผู้ตรวจสอบจะตรวจสอบเพื่อสังเกตว่ามีสิ่งที่ผิดปกติกับระบบนั้นๆ หรือไม่ ระบบต่างๆ มีการทํางานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยใช้เครื่องมือพื้นฐานที่ไม่สลับซับซ้อน หากพบว่ามีสิ่งที่ผิดปกติ ผู้ตรวจสอบจะรายงานให้เจ้าของอาคารทราบเพื่อจัดหาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นเข้ามาทําการตรวจวิเคราะห์และซ่อมแซมแก้ไข แล้วผู้ตรวจสอบจะทําหน้าที่ตรวจว่า การแก้ไขนั้นถูกต้องสมบูรณ์และทําให้ระบบที่ได้รับการซ่อมแซมแก้ไขอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

2. ชนิด ประเภทและขนาดของอาคาร รวมทั้งจํานวนของระบบต่างๆ ของอาคารนั้นและความสลับซับซ้อนของระบบ ซึ่งจะเป็นตัวกําหนดปริมาณงานที่ต้องตรวจสอบ

ทั้งนี้ เจ้าของอาคารต้องเป็นผู้เจรจาตกลงราคากับผู้ตรวจสอบ

5. รายละเอียดการตรวจสอบ

  • การตรวจสอบใหญ่

เป็นการตรวจสอบโครงสร้างอาคารและระบบทุกระบบ ตามที่กล่าวมาแล้วข้อ 2. โดยให้กระทําทุก 5 ปี ในการตรวจสอบใหญ่ทุกครั้ง ผู้ตรวจสอบต้องจัดทําแผนต่างๆ ดังนี้

(1) แผนปฏิบัติการการตรวจบํารุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร รวมทั้งคู่มือ ปฏิบัติการตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบํารุงรักษาและการบันทึกข้อมูล การตรวจบํารุงรักษาอาคาร

(2) แผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจําปี รวมทั้งแนวทางการตรวจสอบตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจําปี

  • การตรวจสอบประจําปี

เป็นการตรวจสอบตามแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจําปีที่ผู้ตรวจสอบได้จัดทําไว้ในการตรวจสอบใหญ่ การตรวจสอบประจําปีให้กระทําทุกปี

6. ขั้นตอนที่เจ้าของอาคารต้องดําเนินการ

6.1 เจ้าของอาคารต้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการตรวจบํารุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารและคู่มือปฏิบัติตามแผนดังกล่าวที่ผู้ตรวจสอบได้จัดทําไว้ในการตรวจสอบใหญ่ เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบํารุงรักษาและการบันทึกข้อมูล การตรวจบํารุงรักษาอาคาร นอกจากนี้ยังต้องจัดให้มีการบํารุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคารตามคู่มือปฏิบัติของผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งระบบและอุปกรณ์อาคาร หรือตามแผนปฏิบัติการการตรวจบํารุงรักษาที่ผู้ตรวจสอบกําหนด และจัดให้มีการบันทึกข้อมูลการตรวจบํารุงรักษาอาคารตามช่วงระยะเวลาที่กําหนด

หากผู้ตรวจสอบเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ควรดําเนินการตามข้อเสนอแนะให้แล้วเสร็จ แล้วให้ผู้ตรวจสอบทําการตรวจสอบอีกครั้งแล้วทํารายงานเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

6.2 เจ้าของอาคารต้องเสนอรายงานผลการตรวจสอบของอาคารและอุปกรณ์ของอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทุกปี โดยจะต้องเสนอในสามสิบวันวันก่อนวันที่ใบรับรองการตรวจสอบอาคารฉบับเดิมจะมีระยะเวลาครบหนึ่งปี

เมื่อได้รับใบรับรองการตรวจสอบแล้ว ให้แสดงใบรับรองการตรวจสอบไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ อาคารนั้น (ใบรับรองการตรวจสอบอาคารสามารถเปิดดูได้จากเว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมือง www.dpt.go.th)

ภาพแสดงใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1)

6.3 สําหรับอาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จหรือได้รับใบรับรองประเภทอาคารควบคุมการใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องจัดให้มีการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประเภทการตรวจสอบใหญ่เป็นครั้งแรก

7. ก่อนการตรวจสอบผู้ตรวจสอบต้องเตรียมตัวอย่างไร

เจ้าของอาคารต้องจัดหาแปลนหรือแผนผังรายการเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือจัดทําแบบแปลนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคารไว้ให้ผู้ตรวจสอบเพื่อทําการตรวจสอบสภาพอาคาร

8. การดําเนินการตรวจสอบอาคาร

เมื่อผู้ตรวจสอบอาคารได้ตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารแล้วพบว่า อาคารมีความปลอดภัยเพียงพอและถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานแล้ว ผู้ตรวจสอบจึงลงนามรับรองผลการตรวจสอบสภาพอาคารนั้น แต่ถ้าผู้ตรวจสอบพบว่าอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารบางส่วนหรือ บางรายการไม่ผ่านหลักเกณฑ์หรือมาตรฐาน ผู้ตรวจสอบจะต้องทําข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงอาคารหรืออุปกรณ์ประกอบของอาคารเพื่อให้อาคารหรืออุปกรณ์ประกอบของอาคารดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร

การจัดทําข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงอาคารหรืออุปกรณ์ประกอบของอาคารนั้น หากผู้ตรวจสอบเห็นว่า จําเป็นต้องทําการตรวจสอบแบบเชิงวิเคราะห์และคํานวณทางหลักวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบอาคารนั้นแนะนําหรือจัดหาวิศวกรหรือสถาปนิกให้แก่เจ้าของอาคารที่สามารถดําเนินการตรวจสอบวิเคราะห์ หรือคํานวณพิสูจน์ หรือให้คําปรึกษาในการแก้ไขเพื่อให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น โดยวิศวกรหรือสถาปนิกนั้นต้องมีคุณสมบัติการประกอบวิชาชีพที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 หรือพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543

9. เจ้าของอาคารจะยื่นเอกสารอย่างไร

เจ้าของอาคารจะต้องเสนอรายงานผลการตรวจสอบอาคารที่ผู้ตรวจสอบลงนามรับรองให้แก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ที่อาคารของตนตั้งอยู่ ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายควบคุมอาคาร ได้แก่

10.1 นายกเทศมนตรี สําหรับในเขตเทศบาล

10.2 นายกองค์การบริหารส่วนตําบล สําหรับในเขตองค.การบริหารส่วนตําบล

10.3 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สําหรับในเขตกรุงเทพมหานคร

10.4 นายกเมืองพัทยา สําหรับในเขตเมืองพัทยา

10. ระยะเวลาพิจารณาดําเนินการของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับรายงานผลการตรวจสอบแล้วจะต้องพิจารณารายงานผลการตรวจสอบภายใน 30 วัน และเมื่อเห็นว่า อาคารดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและมีความปลอดภัย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องออกใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารโดยไม่ชักช้าและต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ

11. หากเจ้าของอาคารไม่จัดให้มีการตรวจสอบสภาพอาคารจะมีโทษตามกฎหมายอย่างไร

หากฝ่าฝืนไม่ดําเนินการตรวจสอบอาคารจะมีโทษจําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม.เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

12. กฎหมายที่อ้างอิง

1. มาตรา 2 มาตรา 4 และมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543

2. กฎกระทรวงกําหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548

3. กฎกระทรวงกําหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548

ที่มา : เว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมือง (www.dpt.go.th)


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 1 ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร และ หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร (16 มี.ค. 49)

20 February 2010

 ในระหว่างรอข่าวคืบหน้าเรื่องการอบรมเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
ทางเว็บไซต์ก็จะจับประเด็นที่น่าสนใจจากกฎกระทรวงมาทำเป็นบทความเป็นตอน ๆ
ต่อเนื่องกันไปค่ะ

 ตอนที่ 1  ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร และ
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

 1.1 ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร

 ตามกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2548
นั้นกำหนดให้ อาคารที่ระบุให้ต้องตรวจสอบ ต้องดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 2
ปี นั่นคือภายในปี 2550 นี้ และภายในวันที่ 1 มีนาคม 2551
อาคารที่เข้าข่ายควบคุมทั่วประเทศจะต้องมีใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารอย่างถูกต้องและชัดเจน
ซึ่งใบรับรองการตรวจสอบอาคารมีลักษณะดังรูปที่ 1ค่ะ

 
 รายละเอียดที่ระบุบนหนังสือรับรองมีดังนี้ค่ะ

  
  ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร
  ใบรับรองฉบับนี้ออกให้เพื่อแสดงว่า

 อาคาร……………………………………………………………………………………
 ตั้งอยู่เลขที่…………….ตรอกซอย…………..ถนน……………หมู่ที่……………..
 ตำบล/แขวง……………………อำเภอ/เขต………………….จังหวัด……………..
 ได้ผ่านการตรวจสอบอาคารตามพระราชบัญญัติควมคุมอาคาร
พ.ศ. 2522 แล้ว
         
เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้พิจารณาผลการตรวจสอบอาคารซึ่งทำการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบชื่อ……………………………………..แล้ว
 เห็นว่าอาคารนี้มีสภาพปลอดภัยในการใช้งาน

 
  
   ออกให้ ณ
วันที่……เดือน……..พ.ศ………
    ………………………….
    (………………………..)
   ตำแหน่ง……………………………………..
    เจ้าพนักงานท้องถิ่น 

 1.2
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

 แต่ก่อนที่จะได้ใบรับรองด้านบน
ก็จะต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารเสียก่อน
ซึ่งผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
โดยจะต้องผ่านการอบรมจากสถาบันซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมโยธาธิการ (ภาคทฤษฎีจำนวน
78 ชั่วโมงและภาคปฏิบัติจำนวน 12 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 90 ชั่วโมง)
และผ่านการทดสอบความรู้ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคารมีแนวความคิดให้สภาวิศวกร
และ/หรือ สภาสถาปนิก เป็นหน่วยงานกลางที่ดำเนินการดูแลเรื่องการจัดสอบ
และส่งผลการทดสอบให้กรมโยธาธิการเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตผู้ตรวจสอบอาคารต่อไป
ซึ่งหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนมีลักษณะดังรูปที่ 2 ค่ะ


 รายละเอียดที่ระบุบนหนังสือรับรองมีดังนี้ค่ะ

  หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
   หนังสือฉบับนี้ออกให้เพื่อแสดงว่า

 ชื่อ…………………………………………………………………………
 สำนักงานชื่อ………………………………………………………………
 ตั้งอยู่เลขที่……….ตรอกซอย……….ถนน……….หมู่ที่……………..
 ตำบล/แขวง……………อำเภอ/เขต……………จังหวัด……………..
 ได้ขึ้นทะเบียนเป็น……………………………………………………….
 …………………………………..ต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารแล้ว
 
  หนังสือรับรองฉบับนี้ใช้ได้จนถึงวันที่….เดือน…..พ.ศ……
  ออกให้
ณ วันที่…..เดือน…….พ.ศ……..

    …………………….
    (……………………)
      
ประธานคณะกรรมการควบคุมอาคาร

ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ.2548

   


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 2 คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารและการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร(20 มี.ค. 49)

20 February 2010

เห็นหน้าตาของใบรับรองการตรวจสอบอาคาร และ
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร กันไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า
ผู้ตรวจสอบอาคารนั้น ต้องมีคุณสมบัติอะไรกันบ้าง

          
กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารแบ่งเป็น 2 กรณีคือ กรณีของบุคคลธรรมดา
และ นิติบุคคล

1. กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา มีข้อกำหนดดังนี้

1.1 มีสัญชาติไทย
1.2
ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกแล้วแต่กรณี
1.3
ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง
1.4
ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขี้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
 

2. กรณีเป็นนิติบุคคล มีข้อกำหนดดังนี้

2.1 ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
โดยทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทย
และมีผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการทั้งหมด
2.2
ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก
แล้วแต่กรณี
2.3
สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง
2.4
สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลตาม 2.3
ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
         
สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคล ได้แก่ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
กรรมการผู้จัดการ
หรือผู้บริหารตำแหน่งอื่นที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลในการตรวจสอบอาคาร

 

 

 

         
เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
โดยยื่นคำขอพร้อมหลักฐานต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยยื่นผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง
หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ก็ได้
จากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคุณสมบัติ
และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอของผู้ขอขึ้นทะเบียน
และเสนอคำขอพร้อมด้วยความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยเสนอผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาฯ ภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียนนั้น
และให้คณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากเจ้าหน้าที่

         
เมื่อคณะกรรมการควบคุมอาคารเห็นควรให้รับขึ้นทะเบียน
จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนจัดส่งสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัย
(ประกันความรับผิดตามกฎหมายที่เกิดจากความบกพร่องของผู้ขอขึ้นทะเบียนในการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบตามกฎหมายในฐานะผู้ตรวจสอบ
โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทต่อครั้ง
และไม่น้อยกว่าสองล้านบาทต่อปี และมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามปี)
ให้แก่คณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยส่งผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือสำนักงานโยธาฯ
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

         
เมื่อคณะกรรมการได้รับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว
ประธานคณะกรรมการจะออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน
กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่จัดส่งสัญญาประกันภัยในระยะเวลากำหนดโดยไม่แจ้งเหตุผล
ให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ประสงค์จะยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอีกต่อไป

         
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนนี้จะมีอายุ 2
ปีนับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน
นอกจากนั้นการขึ้นทะเบียนจะสิ้นสุดลงอีก 3 กรณีคือ

1. ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบตาย
2.
นิติบุคคลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล
3.
คณะกรรมการควบคุมอาคารสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียน  ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคาร
มีอำนาจสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเมื่อปรากฎว่า

3.1 ผู้ตรวจสอบขาดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารที่กล่าวไว้ข้างต้น
3.2
ผู้ตรวจสอบแสดงข้อความหรือหลักฐานอันเป็นเท็จในคำขอขึ้นทะเบียน
ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
3.3 สัญญาประกันภัยหมดอายุความคุ้มครอง
3.4
ผู้ตรวจสอบกระทำการฝ่าฝืน
ตรวจสอบอาคารที่คู่สมรสหรือพนักงานตัวแทนของผู้ตรวจสอบเป็นผู้จัดทำ
หรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
3.5
ผู้ตรวจสอบเสนอรายงานผลการตรวจสอบอันเป็นเท็จ
3.6
ผู้ตรวจสอบมีความประพฤติเสื่อมเสีย ไม่สุจริต

 

 

         
เมื่อคณะกรรมการมีมติให้เพิกถอนบุคคลใดออกจากทะเบียนการเป็นผู้ตรวจสอบแล้ว
จะแจ้งให้ผู้นั้นส่งคืนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้แก่คณะกรรมการภายใน 15 วัน
นับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอน
        
การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร
พ.ศ.2548

  

 


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 3 ประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ(22 มี.ค. 49)

20 February 2010

กฎกระทรวงได้กำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรม
6 ประเภทด้วยกันคือ

1. โรงมหรสพ

2. โรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป

3. สถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป

4. อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวม ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2000
ตารางเมตรขึ้น
ไป

5. อาคารโรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1
ชั้นและมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5000 ตารางเมตรขึ้นไป

6. ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่สูงจากพื้นดิน
15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป
หรือป้ายที่ติดหรือตั้งบนหลังคาหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25
ตารางเมตรขึ้นไป

นอกจากนี้กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับอาคารในข้อ 4
ดังนี้คือ

1. อาคารที่มีพื้นที่ไม่เกิน 5000 ตารางเมตร
ให้ได้รับการยกเว้นการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 7
ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ


2. อาคารที่มีพื้นที่เกิน 5000 ตารางเมตร
ให้ได้รับการยกเว้นการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 5
ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

 

ซึ่งการตรวจสอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสภาพการใช้งานและความปลอดภัยเป็นหลัก 
การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้


1. การตรวจสอบใหญ่ ให้กระทำทุกระยะ 5 ปี
2. การตรวจสอบประจำปี
ให้กระทำในช่วงปีระหว่างการตรวจสอบใหญ่เป็นประจำทุกปี

 

 

รายละเอียดการตรวจสอบใหญ่และการตรวจสอบประจำปี
ติดตามอ่านได้ในตอนหน้าค่ะ

ที่มา : 
กฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ
พ.ศ.2548
          
กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ.2548

หมายเหตุ : เนื่องด้วยมาตรา 32 ทวิ
แห่ง พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้เจ้าของอาคาร ดังต่อไปนี้

(1) อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ
(2)
อาคารชุมนุมคน
(3) อาคารตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร ทำการตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของอาคาร
ระบบและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ดังนั้นนอกเหนือจากที่กฎกระทรวงระบุไว้อาคารที่จะต้องตรวจสอบมีอีก 3
ประเภทคือ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และอาคารชุมนุมคน
ดังนั้นรวมแล้วอาคารที่จะต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบจะมีทั้งสิ้น 9
ประเภทค่ะ

 


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 4 การตรวจสอบใหญ่และการตรวจสอบประจำปี (27 มี.ค. 49)

20 February 2010

         
การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

1. การตรวจสอบใหญ่
เป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร ที่จะต้องทำทุกๆ 5 ปี
โดยอย่างน้อยต้องทำการตรวจสอบเรื่องดังต่อไปนี้

 1.1
การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ดังนี้

  1.1.1
การต่อเติมดัดแปลงปรับปรุงตัวอาคาร
  1.1.2
การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักบรรทุกบนพื้นอาคาร
  1.1.3
การเปลี่ยนสภาพการใช้งาน
  1.1.4
การเปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุตกแต่งอาคาร
  1.1.5
การชำรุดสึกหรอของอาคาร
  1.1.6
การวิบัติของโครงสร้างอาคาร
  1.1.7
การทรุดตัวของฐานรากอาคาร

 1.2
การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร

  1.2.1
ระบบบริการและอำนวยความสะดวก
   -
ระบบลิฟต์
   - ระบบบันไดเลื่อน
   -
ระบบไฟฟ้า
   - ระบบปรับอากาศ
  1.2.2
ระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม
   -
ระบบประปา
   -
ระบบระบายน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสีย
   -
ระบบระบายน้ำฝน
   - ระบบจัดการมูลฝอย
   -
ระบบระบายอากาศ
   -
ระบบควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียง
  1.2.3
ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย
   -
บันไดหนีไฟและทางหนีไฟ
   -
เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน
   -
ระบบระบายควันและควบคุมการแพร่กระจายควัน
   -
ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน
   -
ระบบลิฟต์ดับเพลิง
   -
ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
   -
ระบบการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง
   - ระบบการจ่ายน้ำดับเพลิง
เครื่องสูบน้ำดับเพลิง และหัวฉีดน้ำดับเพลิง
   -
ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
   -
ระบบป้องกันฟ้าผ่า

 1.3 การตรวจสอบสมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ
ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร

  1.3.1
สมรรถนะบันไดหนีไฟและทางหนีไฟ
  1.3.2
สมรรถนะเครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน
  1.3.3
สมรรถนะระบบแจ้งสัญญาณเหตุเพลิงไหม้

 1.4
การตรวจสอบระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร

  1.4.1
แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคาร
  1.4.2
แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร
  1.4.3
แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร
  1.4.4
แผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร

 ซึ่งการตรวจสอบข้างต้น
ให้ผู้ตรวจสอบพิจารณาถึงหลักเกณฑ์หรือมาตรฐาน ดังนี้คือ
 1
หลักเกณฑ์ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หรือตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการก่อสร้างอาคารนั้น
หรือ
 2 มาตรฐานความปลอดภัยของสถาบันของทางราชการ สภาวิศวกร
หรือสภาสถาปนิก

2 การตรวจสอบประจำปี
เป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปีที่ผู้ตรวจสอบจัดทำขึ้นคือ

 2.1 แผนปฏิบัติการ
การตรวจบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร 
รวมทั้งคู่มือปฏิบัติการตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร
เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบำรุงรักษาและการบันทึกข้อมูลการตรวจบำรุงรักษาอาคาร

 2.2 แผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี
รวมทั้งแนวทางการตรวจสอบตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี

         
กรณีที่ผู้ตรวจสอบอาคารพบว่าอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารบางส่วนหรือบางรายการไม่ผ่านหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนดไว้
ให้ผู้ตรวจสอบจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขให้แก่เจ้าของอาคารด้วย 
เมื่อผู้ตรวจสอบอาคารจัดทำรายงานผลการตรวจสอบอาคารให้แก่เจ้าของอาคารแล้ว
ให้เจ้าของอาคารเสนอรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทุกปี
โดยจะต้องเสนอภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบรับรองการตรวจสอบอาคารฉบับเดิมจะมีระยะเวลาครบหนึ่งปี


ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอน
        
การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร
พ.ศ.2548


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 5 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พรบ.วิศวกร และพรบ.สถาปนิก (31 มี.ค. 49)

21 February 2010

ในเนื้อหาของกฎกระทรวง “ผู้ตรวจสอบอาคาร”
ได้มีการพูดถึงพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร และกฎกระทรวง
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร หลาย ๆ ฉบับ
ทางเว็บจึงขอรวบรวมลิงค์ที่เกี่ยวข้องมาให้อ่านกันค่ะ 
รวมถึงพระราชบัญญัติวิศวกรและสถาปนิก ด้วยค่ะ

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3)
พ.ศ.2543
กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

อ่านรายละเอียดได้ที่

http://www.dpt.go.th/48_law/law_building/contents_bd.html
พระราชบัญญัติ วิศวกร พ.ศ.2542

อ่านรายละเอียดได้ที่

http://www.dpt.go.th/48_law/law_engineer2542/page01.html

พระราชบัญญัติ สถาปนิก พ.ศ.2543

อ่านรายละเอียดได้ที่

http://www.dpt.go.th/48_law/law_architect2543/page01.html


ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร
พ.ศ.2548
          
http://www.dtcp.go.th