กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

5 February 2010

- กฎกระทรวงกำหนดชนิดหรือประเภทของอาคารที่เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารหรือผู้ดำเนินการต้องทำการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก พ.ศ. 2548 (85.44 KB)

- กฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 (71.29 KB)

- กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 (1.57 MB)

- กฎหมายควบคุมอาคาร จากเว็บไซต์ กรมโยธาธิการและผังเมือง

- รวมกฎหมาย จากเว็บไซต์ สมาคมสถาปนิกสยามฯ


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 1 ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร และ หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร (16 มี.ค. 49)

20 February 2010

 ในระหว่างรอข่าวคืบหน้าเรื่องการอบรมเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
ทางเว็บไซต์ก็จะจับประเด็นที่น่าสนใจจากกฎกระทรวงมาทำเป็นบทความเป็นตอน ๆ
ต่อเนื่องกันไปค่ะ

 ตอนที่ 1  ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร และ
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

 1.1 ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร

 ตามกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2548
นั้นกำหนดให้ อาคารที่ระบุให้ต้องตรวจสอบ ต้องดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 2
ปี นั่นคือภายในปี 2550 นี้ และภายในวันที่ 1 มีนาคม 2551
อาคารที่เข้าข่ายควบคุมทั่วประเทศจะต้องมีใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารอย่างถูกต้องและชัดเจน
ซึ่งใบรับรองการตรวจสอบอาคารมีลักษณะดังรูปที่ 1ค่ะ

 
 รายละเอียดที่ระบุบนหนังสือรับรองมีดังนี้ค่ะ

  
  ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร
  ใบรับรองฉบับนี้ออกให้เพื่อแสดงว่า

 อาคาร……………………………………………………………………………………
 ตั้งอยู่เลขที่…………….ตรอกซอย…………..ถนน……………หมู่ที่……………..
 ตำบล/แขวง……………………อำเภอ/เขต………………….จังหวัด……………..
 ได้ผ่านการตรวจสอบอาคารตามพระราชบัญญัติควมคุมอาคาร
พ.ศ. 2522 แล้ว
         
เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้พิจารณาผลการตรวจสอบอาคารซึ่งทำการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบชื่อ……………………………………..แล้ว
 เห็นว่าอาคารนี้มีสภาพปลอดภัยในการใช้งาน

 
  
   ออกให้ ณ
วันที่……เดือน……..พ.ศ………
    ………………………….
    (………………………..)
   ตำแหน่ง……………………………………..
    เจ้าพนักงานท้องถิ่น 

 1.2
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

 แต่ก่อนที่จะได้ใบรับรองด้านบน
ก็จะต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารเสียก่อน
ซึ่งผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
โดยจะต้องผ่านการอบรมจากสถาบันซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมโยธาธิการ (ภาคทฤษฎีจำนวน
78 ชั่วโมงและภาคปฏิบัติจำนวน 12 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 90 ชั่วโมง)
และผ่านการทดสอบความรู้ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคารมีแนวความคิดให้สภาวิศวกร
และ/หรือ สภาสถาปนิก เป็นหน่วยงานกลางที่ดำเนินการดูแลเรื่องการจัดสอบ
และส่งผลการทดสอบให้กรมโยธาธิการเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตผู้ตรวจสอบอาคารต่อไป
ซึ่งหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนมีลักษณะดังรูปที่ 2 ค่ะ


 รายละเอียดที่ระบุบนหนังสือรับรองมีดังนี้ค่ะ

  หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
   หนังสือฉบับนี้ออกให้เพื่อแสดงว่า

 ชื่อ…………………………………………………………………………
 สำนักงานชื่อ………………………………………………………………
 ตั้งอยู่เลขที่……….ตรอกซอย……….ถนน……….หมู่ที่……………..
 ตำบล/แขวง……………อำเภอ/เขต……………จังหวัด……………..
 ได้ขึ้นทะเบียนเป็น……………………………………………………….
 …………………………………..ต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารแล้ว
 
  หนังสือรับรองฉบับนี้ใช้ได้จนถึงวันที่….เดือน…..พ.ศ……
  ออกให้
ณ วันที่…..เดือน…….พ.ศ……..

    …………………….
    (……………………)
      
ประธานคณะกรรมการควบคุมอาคาร

ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ.2548

   


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 2 คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารและการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร(20 มี.ค. 49)

20 February 2010

เห็นหน้าตาของใบรับรองการตรวจสอบอาคาร และ
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร กันไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า
ผู้ตรวจสอบอาคารนั้น ต้องมีคุณสมบัติอะไรกันบ้าง

          
กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารแบ่งเป็น 2 กรณีคือ กรณีของบุคคลธรรมดา
และ นิติบุคคล

1. กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา มีข้อกำหนดดังนี้

1.1 มีสัญชาติไทย
1.2
ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกแล้วแต่กรณี
1.3
ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง
1.4
ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขี้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
 

2. กรณีเป็นนิติบุคคล มีข้อกำหนดดังนี้

2.1 ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
โดยทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทย
และมีผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการทั้งหมด
2.2
ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก
แล้วแต่กรณี
2.3
สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง
2.4
สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลตาม 2.3
ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
         
สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคล ได้แก่ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
กรรมการผู้จัดการ
หรือผู้บริหารตำแหน่งอื่นที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลในการตรวจสอบอาคาร

 

 

 

         
เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
โดยยื่นคำขอพร้อมหลักฐานต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยยื่นผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง
หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ก็ได้
จากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคุณสมบัติ
และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอของผู้ขอขึ้นทะเบียน
และเสนอคำขอพร้อมด้วยความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยเสนอผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาฯ ภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียนนั้น
และให้คณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากเจ้าหน้าที่

         
เมื่อคณะกรรมการควบคุมอาคารเห็นควรให้รับขึ้นทะเบียน
จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนจัดส่งสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัย
(ประกันความรับผิดตามกฎหมายที่เกิดจากความบกพร่องของผู้ขอขึ้นทะเบียนในการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบตามกฎหมายในฐานะผู้ตรวจสอบ
โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทต่อครั้ง
และไม่น้อยกว่าสองล้านบาทต่อปี และมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามปี)
ให้แก่คณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยส่งผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือสำนักงานโยธาฯ
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

         
เมื่อคณะกรรมการได้รับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว
ประธานคณะกรรมการจะออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน
กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่จัดส่งสัญญาประกันภัยในระยะเวลากำหนดโดยไม่แจ้งเหตุผล
ให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ประสงค์จะยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอีกต่อไป

         
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนนี้จะมีอายุ 2
ปีนับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน
นอกจากนั้นการขึ้นทะเบียนจะสิ้นสุดลงอีก 3 กรณีคือ

1. ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบตาย
2.
นิติบุคคลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล
3.
คณะกรรมการควบคุมอาคารสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียน  ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคาร
มีอำนาจสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเมื่อปรากฎว่า

3.1 ผู้ตรวจสอบขาดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารที่กล่าวไว้ข้างต้น
3.2
ผู้ตรวจสอบแสดงข้อความหรือหลักฐานอันเป็นเท็จในคำขอขึ้นทะเบียน
ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
3.3 สัญญาประกันภัยหมดอายุความคุ้มครอง
3.4
ผู้ตรวจสอบกระทำการฝ่าฝืน
ตรวจสอบอาคารที่คู่สมรสหรือพนักงานตัวแทนของผู้ตรวจสอบเป็นผู้จัดทำ
หรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
3.5
ผู้ตรวจสอบเสนอรายงานผลการตรวจสอบอันเป็นเท็จ
3.6
ผู้ตรวจสอบมีความประพฤติเสื่อมเสีย ไม่สุจริต

 

 

         
เมื่อคณะกรรมการมีมติให้เพิกถอนบุคคลใดออกจากทะเบียนการเป็นผู้ตรวจสอบแล้ว
จะแจ้งให้ผู้นั้นส่งคืนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้แก่คณะกรรมการภายใน 15 วัน
นับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอน
        
การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร
พ.ศ.2548

  

 


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 3 ประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ(22 มี.ค. 49)

20 February 2010

กฎกระทรวงได้กำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรม
6 ประเภทด้วยกันคือ

1. โรงมหรสพ

2. โรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป

3. สถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป

4. อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวม ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2000
ตารางเมตรขึ้น
ไป

5. อาคารโรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1
ชั้นและมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5000 ตารางเมตรขึ้นไป

6. ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่สูงจากพื้นดิน
15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป
หรือป้ายที่ติดหรือตั้งบนหลังคาหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25
ตารางเมตรขึ้นไป

นอกจากนี้กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับอาคารในข้อ 4
ดังนี้คือ

1. อาคารที่มีพื้นที่ไม่เกิน 5000 ตารางเมตร
ให้ได้รับการยกเว้นการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 7
ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ


2. อาคารที่มีพื้นที่เกิน 5000 ตารางเมตร
ให้ได้รับการยกเว้นการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 5
ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

 

ซึ่งการตรวจสอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสภาพการใช้งานและความปลอดภัยเป็นหลัก 
การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้


1. การตรวจสอบใหญ่ ให้กระทำทุกระยะ 5 ปี
2. การตรวจสอบประจำปี
ให้กระทำในช่วงปีระหว่างการตรวจสอบใหญ่เป็นประจำทุกปี

 

 

รายละเอียดการตรวจสอบใหญ่และการตรวจสอบประจำปี
ติดตามอ่านได้ในตอนหน้าค่ะ

ที่มา : 
กฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ
พ.ศ.2548
          
กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ.2548

หมายเหตุ : เนื่องด้วยมาตรา 32 ทวิ
แห่ง พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้เจ้าของอาคาร ดังต่อไปนี้

(1) อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ
(2)
อาคารชุมนุมคน
(3) อาคารตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร ทำการตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของอาคาร
ระบบและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ดังนั้นนอกเหนือจากที่กฎกระทรวงระบุไว้อาคารที่จะต้องตรวจสอบมีอีก 3
ประเภทคือ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และอาคารชุมนุมคน
ดังนั้นรวมแล้วอาคารที่จะต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบจะมีทั้งสิ้น 9
ประเภทค่ะ

 


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 4 การตรวจสอบใหญ่และการตรวจสอบประจำปี (27 มี.ค. 49)

20 February 2010

         
การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

1. การตรวจสอบใหญ่
เป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร ที่จะต้องทำทุกๆ 5 ปี
โดยอย่างน้อยต้องทำการตรวจสอบเรื่องดังต่อไปนี้

 1.1
การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ดังนี้

  1.1.1
การต่อเติมดัดแปลงปรับปรุงตัวอาคาร
  1.1.2
การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักบรรทุกบนพื้นอาคาร
  1.1.3
การเปลี่ยนสภาพการใช้งาน
  1.1.4
การเปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุตกแต่งอาคาร
  1.1.5
การชำรุดสึกหรอของอาคาร
  1.1.6
การวิบัติของโครงสร้างอาคาร
  1.1.7
การทรุดตัวของฐานรากอาคาร

 1.2
การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร

  1.2.1
ระบบบริการและอำนวยความสะดวก
   -
ระบบลิฟต์
   - ระบบบันไดเลื่อน
   -
ระบบไฟฟ้า
   - ระบบปรับอากาศ
  1.2.2
ระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม
   -
ระบบประปา
   -
ระบบระบายน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสีย
   -
ระบบระบายน้ำฝน
   - ระบบจัดการมูลฝอย
   -
ระบบระบายอากาศ
   -
ระบบควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียง
  1.2.3
ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย
   -
บันไดหนีไฟและทางหนีไฟ
   -
เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน
   -
ระบบระบายควันและควบคุมการแพร่กระจายควัน
   -
ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน
   -
ระบบลิฟต์ดับเพลิง
   -
ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
   -
ระบบการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง
   - ระบบการจ่ายน้ำดับเพลิง
เครื่องสูบน้ำดับเพลิง และหัวฉีดน้ำดับเพลิง
   -
ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
   -
ระบบป้องกันฟ้าผ่า

 1.3 การตรวจสอบสมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ
ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร

  1.3.1
สมรรถนะบันไดหนีไฟและทางหนีไฟ
  1.3.2
สมรรถนะเครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน
  1.3.3
สมรรถนะระบบแจ้งสัญญาณเหตุเพลิงไหม้

 1.4
การตรวจสอบระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร

  1.4.1
แผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคาร
  1.4.2
แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร
  1.4.3
แผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาคาร
  1.4.4
แผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร

 ซึ่งการตรวจสอบข้างต้น
ให้ผู้ตรวจสอบพิจารณาถึงหลักเกณฑ์หรือมาตรฐาน ดังนี้คือ
 1
หลักเกณฑ์ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หรือตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการก่อสร้างอาคารนั้น
หรือ
 2 มาตรฐานความปลอดภัยของสถาบันของทางราชการ สภาวิศวกร
หรือสภาสถาปนิก

2 การตรวจสอบประจำปี
เป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปีที่ผู้ตรวจสอบจัดทำขึ้นคือ

 2.1 แผนปฏิบัติการ
การตรวจบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร 
รวมทั้งคู่มือปฏิบัติการตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร
เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบำรุงรักษาและการบันทึกข้อมูลการตรวจบำรุงรักษาอาคาร

 2.2 แผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี
รวมทั้งแนวทางการตรวจสอบตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี

         
กรณีที่ผู้ตรวจสอบอาคารพบว่าอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารบางส่วนหรือบางรายการไม่ผ่านหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนดไว้
ให้ผู้ตรวจสอบจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขให้แก่เจ้าของอาคารด้วย 
เมื่อผู้ตรวจสอบอาคารจัดทำรายงานผลการตรวจสอบอาคารให้แก่เจ้าของอาคารแล้ว
ให้เจ้าของอาคารเสนอรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทุกปี
โดยจะต้องเสนอภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบรับรองการตรวจสอบอาคารฉบับเดิมจะมีระยะเวลาครบหนึ่งปี


ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอน
        
การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร
พ.ศ.2548


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 5 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พรบ.วิศวกร และพรบ.สถาปนิก (31 มี.ค. 49)

21 February 2010

ในเนื้อหาของกฎกระทรวง “ผู้ตรวจสอบอาคาร”
ได้มีการพูดถึงพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร และกฎกระทรวง
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร หลาย ๆ ฉบับ
ทางเว็บจึงขอรวบรวมลิงค์ที่เกี่ยวข้องมาให้อ่านกันค่ะ 
รวมถึงพระราชบัญญัติวิศวกรและสถาปนิก ด้วยค่ะ

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3)
พ.ศ.2543
กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

อ่านรายละเอียดได้ที่

http://www.dpt.go.th/48_law/law_building/contents_bd.html
พระราชบัญญัติ วิศวกร พ.ศ.2542

อ่านรายละเอียดได้ที่

http://www.dpt.go.th/48_law/law_engineer2542/page01.html

พระราชบัญญัติ สถาปนิก พ.ศ.2543

อ่านรายละเอียดได้ที่

http://www.dpt.go.th/48_law/law_architect2543/page01.html


ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร
พ.ศ.2548
          
http://www.dtcp.go.th


จับประเด็นกฎกระทรวง”ผู้ตรวจสอบอาคาร” ตอนที่ 6 หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณา ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ(7 เม.ย. 49)

21 February 2010

ผู้ที่จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างนั้น จากเอกสารคำขอขึ้นทะเบียน ต.1 ซึ่งจะมีช่อง
หลักฐานที่ใช้ประกอบพิจารณา ดังนี้คือ

1.
สำเนาใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรของผู้ขอขึ้นทะเบียนและสมาชิกในคณะผู้บริหารในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

2.
สำเนาใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกของผู้ขอขึ้นทะเบียนและสมาชิกในคณะผู้บริหารในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

3.
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอขึ้นทะเลียนหรือสำเนาหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ออกให้ไม่เกิน
6 เดือนในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอขึ้นทะเบียน
หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของตัวแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

5.
สำเนาประกาศนียบัตรหรือหนังสือรับรองว่าผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารของผู้ขอขึ้นทะเบียนหรือสมาชิกในคณะผู้บริหารในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

6. งบการเงินฉบับล่าสุด (ถ้ามี)

7. หนังสือมอบอำนาจ
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

8. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

9. เอกสารอื่น ๆ ….

ในส่วนของเอกสารในข้อ 5 นั้น ขณะนี้ทาง วสท.
กำลังจัดเตรียมกำหนดการต่าง ๆ เพื่อจะจัดการอบรมอยู่
ซึ่งถ้ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปิดการอบรม
ทางเว็บไซต์จะรีบนำมาบอกกล่าวกันต่อไปค่ะ

ที่มา :  กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ.2548


สรุปประเด็นสำคัญ กฎกระทรวง “ผู้ตรวจสอบอาคาร” (25 ต.ค. 49)

21 February 2010

กฎกระทรวง “ผู้ตรวจสอบอาคาร” นั้น
ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้มีความปลอดภัยในการใช้อาคาร หลังจากที่ได้เปิดใช้อาคารไปแล้ว
ทางเว็บไซต์ได้จัดทำสรุปประเด็นสำคัญ ๆ แบ่งเป็นตอน ๆ
เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจแก่ผู้สนใจทุกท่าน ดังนี้ค่ะ

ตอนที่ 1 ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร และ
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

1.1 ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร

 ตามกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2548
นั้นกำหนดให้ อาคารที่ระบุให้ต้องตรวจสอบ ต้องดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 2
ปี นั่นคือภายในปี 2550 นี้ และภายในวันที่ 1 มีนาคม 2551
อาคารที่เข้าข่ายควบคุมทั่วประเทศจะต้องมีใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารอย่างถูกต้องและชัดเจน

1.2 หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

 แต่ก่อนที่จะได้ใบรับรองด้านบน
ก็จะต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารเสียก่อน
ซึ่งผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
โดยจะต้องผ่านการอบรมจากสถาบันซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมโยธาธิการ
และผ่านการทดสอบความรู้ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคารมีแนวความคิดให้สภาวิศวกร
และ/หรือ สภาสถาปนิก เป็นหน่วยงานกลางที่ดำเนินการดูแลเรื่องการจัดสอบ
และส่งผลการทดสอบให้กรมโยธาธิการเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตผู้ตรวจสอบอาคารต่อไป

ที่มา : http://www.thaibuildinginspector.com/article/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89/

ตอนที่ 2
คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารและการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร

กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคารแบ่งเป็น 2 กรณีคือ
กรณีของบุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล

1. กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา มีข้อกำหนดดังนี้

1.1 มีสัญชาติไทย
1.2
ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกแล้วแต่กรณี
1.3
ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง
1.4
ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขี้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
 

2. กรณีเป็นนิติบุคคล มีข้อกำหนดดังนี้

2.1 ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย
โดยทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทย
และมีผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการทั้งหมด

2.2
ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก
แล้วแต่กรณี

2.3
สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง

2.4 สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลตาม 2.3
ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
         

     สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคล ได้แก่
หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ
หรือผู้บริหารตำแหน่งอื่นที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลในการตรวจสอบอาคาร
        

เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว
ขั้นตอนสุดท้ายคือการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
โดยยื่นคำขอพร้อมหลักฐานต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยยื่นผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง
หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ก็ได้
จากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคุณสมบัติ
และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอของผู้ขอขึ้นทะเบียน
และเสนอคำขอพร้อมด้วยความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยเสนอผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาฯ ภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียนนั้น
และให้คณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากเจ้าหน้าที่

เมื่อคณะกรรมการควบคุมอาคารเห็นควรให้รับขึ้นทะเบียน
จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนจัดส่งสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่คณะกรรมการควบคุมอาคาร
โดยส่งผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือสำนักงานโยธาฯ
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

เมื่อคณะกรรมการได้รับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว
ประธานคณะกรรมการจะออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน
หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนนี้จะมีอายุ 2
ปีนับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน

ที่มา : http://www.thaibuildinginspector.com/article/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89-2/

ตอนที่ 3
ประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ

เนื่องด้วยมาตรา 32 ทวิ แห่ง พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ได้กำหนดให้เจ้าของอาคาร ดังต่อไปนี้

(1) อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ
(2) อาคารชุมนุมคน
(3)
อาคารตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

3.1 โรงมหรสพ

3.2 โรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป

3.3 สถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200
ตารางเมตรขึ้นไป

3.4 อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวม ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2000
ตารางเมตรขึ้นไป

3.5 อาคารโรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1
ชั้นและมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5000 ตารางเมตรขึ้นไป

3.6
ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่สูงจากพื้นดิน 15 เมตรขึ้นไป
หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป
หรือป้ายที่ติดหรือตั้งบนหลังคาหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25
ตารางเมตรขึ้นไป

ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร ทำการตรวจสอบสภาพอาคาร
โครงสร้างของอาคาร ระบบและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

นอกจากนี้กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับอาคารในข้อ 4
ดังนี้คือ

1. อาคารที่มีพื้นที่ไม่เกิน 5000 ตารางเมตร
ให้ได้รับการยกเว้นการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 7
ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

2. อาคารที่มีพื้นที่เกิน 5000 ตารางเมตร
ให้ได้รับการยกเว้นการจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารเป็นเวลา 5
ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ซึ่งการตรวจสอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสภาพการใช้งานและความปลอดภัยเป็นหลัก 
การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. การตรวจสอบใหญ่ ให้กระทำทุกระยะ 5 ปี

2. การตรวจสอบประจำปี
ให้กระทำในช่วงปีระหว่างการตรวจสอบใหญ่เป็นประจำทุกปี

ที่มา : http://www.thaibuildinginspector.com/article/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89-3/

ตอนที่ 4
การตรวจสอบใหญ่และการตรวจสอบประจำปี

1. การตรวจสอบใหญ่ เป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร
ที่จะต้องทำทุกๆ 5 ปี โดยอย่างน้อยต้องทำการตรวจสอบเรื่องดังต่อไปนี้

 1.1 การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร

 1.2
การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร
 
 1.3
การตรวจสอบสมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร

 1.4
การตรวจสอบระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร

2 การตรวจสอบประจำปี
เป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปีที่ผู้ตรวจสอบจัดทำขึ้นคือ

 2.1 แผนปฏิบัติการ
การตรวจบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร 
รวมทั้งคู่มือปฏิบัติการตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร
เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบำรุงรักษาและการบันทึกข้อมูลการตรวจบำรุงรักษาอาคาร

 2.2 แผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี
รวมทั้งแนวทางการตรวจสอบตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี

ที่มา : http://www.thaibuildinginspector.com/article/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89-4/

ตอนที่ 5 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พรบ.วิศวกร และพรบ.สถาปนิก

ในเนื้อหาของกฎกระทรวง “ผู้ตรวจสอบอาคาร”
ได้มีการพูดถึงพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร และกฎกระทรวง
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร หลาย ๆ ฉบับ
ทางเว็บจึงขอรวบรวมลิงค์ที่เกี่ยวข้องมาให้อ่านกันค่ะ 
รวมถึงพระราชบัญญัติวิศวกรและสถาปนิก ด้วยค่ะ

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3)
พ.ศ.2543
กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

อ่านรายละเอียดได้ที่

http://www.dtcp.go.th/48_law/law_building/contents_bd.html

ที่มา : http://www.thaibuildinginspector.com/article/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89-5/

ตอนที่ 6 หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณา
ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ

ผู้ที่จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างนั้น จากเอกสารคำขอขึ้นทะเบียน ต.1 ซึ่งจะมีช่อง
หลักฐานที่ใช้ประกอบพิจารณา ดังนี้คือ

1.
สำเนาใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรของผู้ขอขึ้นทะเบียนและสมาชิกในคณะผู้บริหารในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

2.
สำเนาใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกของผู้ขอขึ้นทะเบียนและสมาชิกในคณะผู้บริหารในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

3.
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอขึ้นทะเลียนหรือสำเนาหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ออกให้ไม่เกิน
6 เดือนในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอขึ้นทะเบียน
หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของตัวแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

5.
สำเนาประกาศนียบัตรหรือหนังสือรับรองว่าผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารของผู้ขอขึ้นทะเบียนหรือสมาชิกในคณะผู้บริหารในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

6. งบการเงินฉบับล่าสุด (ถ้ามี)

7. หนังสือมอบอำนาจ
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

8. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

9. เอกสารอื่น ๆ ….

ที่มา : http://www.thaibuildinginspector.com/article/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89-6/

***กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง***

-
กฎกระทรวงกำหนดชนิดหรือประเภทของอาคารที่เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารหรือผู้ดำเนินการต้องทำการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต
ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก พ.ศ. 2548 (85.44 KB)

- กฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548
(71.29 KB)

- กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวสอบ
หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 (1.57 MB)

- กฎหมายควบคุมอาคาร จากเว็บไซต์ กรมโยธาธิการและผังเมือง

สามารถดาวน์โหลดได้ที่

http://www.thaibuildinginspector.com/article/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/