ผู้เขียน หัวข้อ: รอยเลื่อนแม่จัน ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1ริคเตอร์ รู้สึกได้ถ้าอยู่บนตึกสูงกทม  (อ่าน 19993 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ realcopy

  • 1st Floor
  • *
  • กระทู้: 19
แผ่นดินไหวขนาดนี้ จะมีผลต่อโครงสร้างอาคารอย่างไร หรือไม่มีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงอะไรเลย และจะตรวจสอบอาคารอย่างไรที่จะทราบว่ามีสิ่งบอกเหตุว่า โครงสร้างอาคารได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
http://evr.eng.chula.ac.th/earthquake/articles/preparedness.htm

สู่สหัสวรรษใหม่ ด้วยการ เตรียมพร้อม สำหรับ แผ่นดินไหว
ศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์




บทนำ
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออาคาร
ผลของแผ่นดินไหวต่ออาคารเตี้ย
ผลของการขยายของคลื่นแผ่นดินไหวโดยชั้นดินอ่อน
มาตรฐานการออกแบบและก่อสร้าง
มาตรการเตรียมพร้อมสำหรับแผ่นดินไหว
บทส่งท้าย



--------------------------------------------------------------------------------

บทนำ

ถึงแม้ประเทศไทย จะประสบภัยธรรมชาติ ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ก็ตาม แต่ทุกครั้ง ที่เกิด มหันตภัย แผ่นดินไหว ในต่างแดน ก็จะมีเสียงสะท้อน จากประชาชนทั่วไป รวมถึง สื่อมวลชน ถึงความกังวล ในความปลอดภัย ของอาคารต่างๆ จากภัยแผ่นดินไหว บทความนี้ นำเสนอ ข้อมูลบางอย่าง ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ข้อคิดเห็น เกี่ยวกับ สภาวะการก่อสร้าง ในประเทศ และ มาตรการเตรียมพร้อม สำหรับรับภัย อันอาจจะเกิด จากแผ่นดินไหว ในอนาคต เพื่อ การพัฒนา ที่ยั่งยืนต่อไป

--------------------------------------------------------------------------------

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออาคาร

คำถามที่พบเสมอ ๆ คือ ถ้าเกิด แผ่นดินไหว ในเมืองไทย อาคาร จะพังไหม คำตอบนั้น ขึ้นอยู่กับ เงื่อนไข หลายประการ กล่าวคือ แผ่นดินไหว รุนแรงขนาดไหน มีส่วนประกอบความถี่ อย่างไร สั่นไหว นานเพียงไร เกิดที่ระดับตื้น หรือ ลึก ใกล้กับเมือง มากน้อย เท่าใด สภาพดินที่ตั้งอาคาร เป็นอย่างไร อาคาร มีระบบ โครงสร้าง ที่ดีไหม (เช่น มีลักษณะ ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ มีผนังแรงเฉือน เป็นองค์อาคารหลัก ต้าน แรงด้านข้าง หรือไม่) และ ที่สำคัญ คือ อาคาร ได้รับ การออกแบบ และ ก่อสร้าง ด้วย มาตรฐาน อย่างไร แต่ ที่แน่นอน คือ อาคาร ที่ออกแบบ และ / หรือ ก่อสร้าง โดยไม่ได้ มาตรฐาน ที่ดีพอ มีโอกาส ที่จะเสียหาย ถึงขั้น พังทลายได้ หากเกิด แผ่นดินไหว ขนาดกลาง ประมาณ 5.5 หน่วยริคเตอร์ ขึ้นไป ใกล้ ที่ตั้งอาคาร และ แผ่นดินไหว ขนาดนี้ ก็ได้เคยเกิดขึ้น ในเมืองไทยแล้ว ตัวอย่าง ความเสียหาย จากแผ่นดินไหว ระดับกลาง ได้แก่ แผ่นดินไหวใน Newcastle ในประเทศ ออสเตรเลีย เมื่อ วันที่ 28 ธันวาคม 2532 แผ่นดินไหว ครั้งนั้น มีขนาด ราว 5.6 ตาม มาตรา ริคเตอร์ เกิดขึ้น ที่ระดับตื้น ใกล้ตัวเมือง ทำให้ อาคาร พังทลาย ไม่น้อย โดยมี อาคาร คอนกรีต เสริมเหล็ก สมัยใหม่ รวม อยู่ด้วย 2 หลัง มี ผู้เสียชีวิต 13 คน และ ความสูญเสีย ทาง เศรษฐกิจ คิด เป็นเงิน หลายพันล้าน เหรียญออสเตรเลีย (ประเทศ ออสเตรเลีย เคยจัดว่า เป็นประเทศ ที่ค่อนข้าง จะไม่มีภัย จาก แผ่นดินไหว คล้ายๆ กับ ประเทศไทย) สำหรับ แผ่นดินไหว ที่ เกิดขึ้น ไกล แต่มี ขนาดใหญ่ มาก ก็อาจ ทำ ความเสียหาย ให้แก่ อาคาร ได้ หาก แผ่นดินไหว เป็นเวลา นาน และ พื้นดิน ที่ตั้ง อาคาร เป็น ดินอ่อน ดังเช่น แผ่นดินไหว ที่ เม็กซิโก ในปี 2528 แผ่นดินไหว ครั้งนั้น มี ขนาด 8.1 หน่วยริคเตอร์ เกิดขึ้น ห่างจาก กรุง เม็กซิโก ราว 350 กม. ผล ปรากฏว่า อาคาร พังทลาย มากมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ในบริเวณ ที่ พื้นดิน เป็น ดินอ่อน และ มี ผู้เสียชีวิต ราว 10,000 คน


--------------------------------------------------------------------------------

ผลของแผ่นดินไหวต่ออาคารเตี้ย

มักมีความเข้าใจ คลาดเคลื่อน เสมอว่า แผ่นดินไหว จะมีผล ต่อ อาคารสูง มากกว่า อาคารเตี้ย หากดู ความเสียหาย ที่เกิดขึ้น ใน ต่างประเทศ ประกอบ จะพบว่า อาคารเตี้ย หรือ สูงไม่มากนัก (เช่น ต่ำกว่า 15 ชั้น โดย ประมาณ) ได้ พังทลาย มากมาย ในคราว แผ่นดินไหว ที่ เม็กซิโก (พ.ศ. 2528 ขนาด 8.1 ตาม มาตรา ริคเตอร์) แผ่นดินไหว ที่ Newcastle ประเทศ ออสเตรเลีย (พ.ศ. 2532 ขนาด 5.6 ริคเตอร์) โกเบ ประเทศ ญี่ปุ่น (พ.ศ. 2538 ขนาด 6.9 ริคเตอร์) อาคาร ที่สูง ไม่มากนัก ใน ประเทศ ไทย เช่น อาคารชุด ที่สูงกว่า ตึกแถว แต่ ก่อสร้าง ด้วย มาตรฐาน ตึกแถว เป็น อาคาร ประเภท มีความเสี่ยง สูงมาก เนื่องจาก มาตรฐาน การก่อสร้าง มักจะ ต่ำ อีกทั้ง ยังอาจ เสี่ยง ต่อการ สั่นพ้อง (resonance) หาก ความถี่ ของ การสั่นไหว ของ พื้นดิน ใกล้เคียง กับ ความถี่ ของ การสั่นไหว ธรรมชาติ ของ อาคาร ซึ่ง จะทำให้ อาคาร สั่นไหว มากขึ้นๆ ตามเวลา


--------------------------------------------------------------------------------

ผลของการขยายของคลื่นแผ่นดินไหวโดยชั้นดินอ่อน

เป็นที่ทราบกันดี ในวิศวกรรมแผ่นดินไหว ว่า ดินฐานราก ที่เป็น ดินอ่อน มีศักยภาพ ในการ ขยาย คลื่นแผ่นดินไหว ที่พื้นผิว ซึ่ง จะขยายมาก หรือ น้อย ขึ้นอยู่กับ คุณสมบัติ ของดิน ความหนา ของ ชั้นดินอ่อน ส่วนประกอบ ด้านความถี่ (frequency content) ของ คลื่น แผ่นดินไหว ผลของแอ่ง (basin effect) เป็นต้น สำหรับ กทม. ซึ่งมี ชั้นดินอ่อน ค่อนข้างหนา และ มีคุณสมบัติ ใกล้เคียง กับ ดินอ่อน กรุงเม็กซิโก อันตราย จาก แผ่นดินไหว ไกล แต่มี ขนาดใหญ่ เป็นสิ่งที่ มิอาจมองข้าม ได้ เนื่องจาก ได้เคย มีตัวอย่าง ความเสียหาย อย่างใหญ่หลวง ใน แผ่นดินไหว เม็กซิโก เมื่อ ค.ศ. 1985 ถึงแม้ จุดศูนย์แผ่นดินไหว ครั้งนั้น (ขนาด 8.1 ริคเตอร์) อยู่ห่าง จาก กรุงเม็กซิโก ถึง 350 กม. แต่ผล การขยายคลื่น ของ ชั้นดินอ่อน ใน กรุงเม็กซิโก ทำให้ พื้นดิน บริเวณดินอ่อน สั่น ด้วย อัตราเร่ง กว่า 5 เท่า ของ การสั่นไหว ในพื้นที่ ที่เป็น หินแข็ง อีกทั้ง ลักษณะ เฉพาะ ของ แผ่นดินไหว ทำให้ พื้นดินสั่นไหว รุนแรง ด้วยความถี่ ราว 0.5 รอบ/วินาที เป็นเวลา นานราว 1 นาที ยังผลให้ อาคาร พังทลาย มากมาย และ มี ผู้เสียชีวิต ราว 10,000 คน อาคาร ที่ พังทลาย จำนวนมาก เป็นอาคาร คอนกรีต เสริมเหล็ก สมัยใหม่ ขนาดสูง 7-14 ชั้น ซึ่งมี ความถี่ ของ การสั่นไหว ธรรมชาติ เริ่มต้น หรือ เมื่อ องค์อาคาร เกิด การแตกร้าว แล้ว ใกล้เคียง กับ ความถี่ ของ การสั่นไหว สำคัญ ของ พื้นดิน

ปัญหาสำคัญ ที่ยังไม่รู้คำตอบ ที่แน่นอน ในขณะนี้ อยู่ที่ว่า แผ่นดินไหว ขนาดใหญ่ ที่อาจเกิดจาก รอยเลื่อน ขนาดใหญ่ (เช่น ในทะเลอันดามัน หรือ ในพม่า) จะก่อให้เกิด คลื่นแผ่นดินไหว ขนาดเท่าไร ในชั้น (คล้าย) หินแข็งใน กทม. หาก อัตราเร่ง สูงสุด ที่ชั้น (คล้าย) หินแข็ง จาก แผ่นดินไหว ขนาดใหญ่ ดังกล่าว มีค่า ใกล้เคียง กับ ที่เคยเกิด ที่ กรุงเม็กซิโก ก็น่าเป็นห่วง อย่างยิ่ง จึง จำเป็น อย่างยิ่ง ที่ นักธรณีวิทยา จะเร่ง ศึกษา หาอัตราเร่ง สูงสุด ที่อาจเกิดขึ้น ในชั้น (คล้าย) หินแข็ง จาก แผ่นดินไหว ขนาดใหญ่ ในรัศมี 400-500 กม. จาก กทม.


--------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐานการออกแบบและก่อสร้าง

เป็นที่ ทราบกันดีว่า ในระยะเวลา หลายปี ที่ผ่านมา ก่อนที่เกิด วิกฤติ ด้านเศรษฐกิจ ได้มี การก่อสร้าง อาคาร ในเมืองไทย ในอัตรา ที่เร่งรีบ การออกแบบ มากมาย กระทำ โดยรีบด่วน โดยเจ้าของ โครงการ หวังจะรีบ ให้ได้ ใบอนุญาต เพื่อ ไม่ต้อง ใช้กฎหมาย ที่ไม่เอื้ออำนวย ต่อการลงทุน ที่จะออกมา ในภายหลัง อาคารจำนวนไม่น้อย ได้รับการ ออกแบบ ในเวลา สั้นมาก ขาด การตรวจสอบ ที่เพียงพอ การก่อสร้าง กระทำอย่าง เร่งรีบ และ ไม่ได้ คุณภาพ ที่ดีพอ การควบคุมงานบางแห่ง ก็มี กำลังคนน้อย ทำให้ ไม่สามารถ ตรวจตรา ได้ ถี่ถ้วน ใน ต่างจังหวัด แทบจะ ไม่มี การควบคุมงาน ก่อสร้างเลย(ยกเว้น โครงการ สำคัญ ๆ ซึ่งมี จำนวน ไม่มาก) นอกจากนี้ การขาดแคลน วิศวกร ทำให้ หลายโครงการ ต้องพึ่ง วิศวกร ที่อ่อน ประสบการณ์ อาคาร เหล่านี้ จะน่าเป็นห่วงมาก หากเกิด แผ่นดินไหว ปัญหา คล้ายๆ กันนี้ เกิดขึ้นแล้ว ใน ต่างประเทศ หลายแห่ง เมื่อเร็วๆ นี้ (21 กันยายน 2542) ที่ ไต้หวัน ได้มี อาคาร หลายหลัง ที่ก่อสร้าง ไม่ได้ มาตรฐาน พังทลาย ในแผ่นดินไหว ที่มี ขนาด 7.6 ริคเตอร์ ที่น่าสนใจ ได้แก่ โรงแรม ซุงซาน ซึ่งเป็น อาคารหนึ่ง ในไม่กี่หลัง ที่พังถล่ม ลงมา ในกรุง ไทเป เมื่อ ตรวจสอบ แล้ว พบว่า มีวัสดุ แปลกปลอม มากมาย ปนอยู่ ในผนัง คอนกรีต ผู้รับเหมา รวมทั้ง ผู้เกี่ยวข้อง ถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดี

ที่กล่าวมานี้ ไม่ได้หมายความว่ าอาคารทั่วไป จะเป็นอันตรายหมด อาคาร ที่มีวิศวกร ที่ชำนาญงาน รับผิดชอบ งานออกแบบ และ มีการ ตรวจสอบ ควบคุม ในขั้นตอน การก่อสร้าง ควรจะ ต้านแผ่นดินไหว ได้ ในระดับรุนแรง เล็กน้อย และ อาจเกือบถึง ระดับปานกลาง (ขึ้นอยู่กับ ปัจจัย หลายอย่าง ตามที่กล่าว มาแล้ว) โดย จะเกิด ความเสียหาย มาก แต่ไม่ พังทลาย แต่ถ้า เกิด แผ่นดินไหว ขนาดใหญ่ ดังเช่น ที่เกิด ใน โกเบ หรือ ไต้หวัน อาคาร ก็คงจะ พัง ถึงขั้น วิบัติ มากมาย เพราะ ไม่ได้ รับการออกแบบ ให้ต้านภัย รุนแรง ขนาดนั้น ปัญหา สำคัญ จึงอยู่ ที่ว่า แผ่นดินไหว ที่อาจเกิดขึ้น ในเมืองไทย ในอนาคต ในช่วงเวลา ที่เหมาะสม (เช่น 500 - 1,000 ปี) จะมี ความรุนแรง ได้มาก ถึง ขนาดไหน ซึ่ง ในขณะนี้ ยัง ไม่มี คำตอบ ที่แน่ชัด เนื่องจาก ยัง ไม่มีข้อมูล และ การศึกษา วิจัย เพียงพอ เกี่ยวกับ ศักยภาพ ของ รอยเลื่อน สำคัญๆ ในประเทศ รวมทั้ง รอยเลื่อน ใน ทะเล อันดามัน ที่อาจ ส่งผล กระทบ ถึง เมืองไทย ได้


--------------------------------------------------------------------------------


มาตรการเตรียมพร้อมสำหรับแผ่นดินไหว

โดยเหตุที่ แผ่นดินไหว เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่ไม่แน่นอน และ ความเปลี่ยนแปลง ซึ่ง ก่อให้เกิด แผ่นดินไหว รุนแรง อาจใช้ เวลา ยาวนาน หลายร้อย หลายพันปี การไม่ตั้งอยู่ ใน ความประมาท จึงเป็น สิ่งที่ ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ควรตระหนัก ไว้ ไม่ว่า จะเป็น ฝ่ายรัฐ หรือ เอกชน (วิศวกร เจ้าของ โครงการ สถาปนิก ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน ฯลฯ) ผู้เขียน จึงใคร่ ขอเสนอแนะ มาตรการ จำเป็น ที่ควร ดำเนินการ ดังนี้ (บาง มาตรการ ก็มี การดำเนินการ อยู่บ้างแล้ว)

รัฐฯ ควรให้งบประมาณต่อไป เพื่อสนับสนุน โครงการ ลดภัยพิบัติ จาก แผ่นดินไหว ซึ่ง จัดทำโดย คณะกรรมการ แผ่นดินไหว แห่งชาติ (และ อยู่ใน ความดูแล ของ กรม อุตุนิยมวิทยา) และ ถูกชะลอ โครงการ เนื่องจาก วิกฤติ เศรษฐกิจ ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา โครงการ ดังกล่าว มุ่งศึกษา ศักยภาพ ของ รอยเลื่อน สำคัญๆ ในประเทศ จัดทำ แผนที่ ความเสี่ยง รวมทั้ง การศึกษา อื่นๆ เพื่อ กำหนด มาตรการ ที่เหมาะสม สำหรับ การลดภัย พิบัติ ที่อาจ เกิดขึ้น


กำหนด บริเวณ รอยเลื่อน ที่มี พลังสูง และ ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชน รู้ เพื่อ หลีกเลี่ยง การปลูกสร้าง อาคาร ใกล้บริเวณ เหล่านั้น เนื่องจาก ที่บริเวณ รอยเลื่อน การสั่นไหว จะรุนแรง มาก มีพลัง ทำลาย อาคาร ได้ถึง แม้จะเป็น แผ่นดินไหว ระดับกลาง ก็ตาม หาก หลีกเลี่ยง ไม่ได้ จริงๆ จะต้อง กำหนด ให้ออกแบบ อาคาร ให้ แข็งแรง เป็น พิเศษ


รัฐฯ ควรลงทุน จัดทำ ระบบ เตือนภัย ใน กทม. ที่อาจ เกิด จาก แผ่นดินไหว ตาม ร่อง รอยเลื่อน ที่มี พลังสูง ใน ทะเล อันดามัน หรือ รอยเลื่อน ใน พม่า และ ใน กาญจนบุรี ระบบ เตือนภัย ดังกล่าว พิสูจน์ ได้ผลดี ใน กรุงเม็กซิโก ซึ่ง สามารถ เตือนภัย ให้ ผู้คน อพยพ จากอาคาร ได้ ใน เวลา 30 - 60 วินาที ขึ้นอยู่ กับ ระยะห่าง ของ จุดศูนย์กลาง แผ่นดินไหว


ปรับปรุง กฎกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง ให้ทัน กับ วิทยาการ และ ผลงาน การวิจัย ด้าน วิศวกรรม แผ่นดินไหว ทั้งใน และ ต่างประเทศ สิ่งที่ เร่งด่วน ในขณะนี้ ได้แก่ การปรับปรุง กฎกระทรวง เพื่อ บังคับ ให้ อาคาร ใน กทม. และ ปริมณฑล ได้รับ การออกแบบ ให้ ต้านทาน แผ่นดินไหว ในระดับ ที่เหมาะสม ทั้งนี้ เนื่องจาก ชั้นดินอ่อน ใน กทม. และ ปริมณฑล มีศักยภาพ ในการ ขยาย คลื่น แผ่นดินไหว ได้หลายเท่า คล้ายกับ ที่ กรุง เม็กซิโก ดังได้กล่าว มาแล้ว


รัฐฯ ควร ให้ ความสำคัญ แก่การ บรรเทาภัย ธรรมชาติ ในการ จัดทำ แผน พัฒนา เศรษฐกิจ และ สังคม แห่งชาติ เพื่อ นำไปสู่ การ พัฒนา ที่ยั่งยืน โดย


ก. ส่งเสริม สนับสนุน การผลิต บุคลากร ด้าน วิศวกรรม แผ่นดินไหว ธรณีวิทยา และ ศาสตร์ ที่เกี่ยวข้อง กับการ บรรเทา สาธารณภัย ซึ่ง ยังมีอยู่ น้อยมาก ใน เมืองไทย ซึ่ง จะสอดคล้อง กับ ปรัชญา ของการ พัฒนา ทรัพยากร มนุษย์ ในแผน 8

ข. จัดตั้ง งบประมาณ เพื่อ เสริม ความแข็งแรง ของ อาคาร สาธารณะ ที่จำเป็น สำหรับ การ บรรเทาภัย ในเขต แผ่นดินไหว รุนแรง อาคาร ดังกล่าว มี อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน สถานีดับเพลิง โรงไฟฟ้า สะพาน ฯลฯ

ค. จัด งบประมาณ เพื่อ การวิจัย อย่าง ต่อเนื่อง เพื่อการ บรรเทา ภัยธรรมชาติ

ง. จัดงบประมาณ เพื่อ การประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง การให้ความรู้ แก่ ประชาชน ผ่านสื่อ ต่าง ๆ

จ. เสริม ศักยภาพ หน่วยบรรเทาภัย สาธารณะ ทั้งทางด้าน บุคลากร เครื่องมือ การติดต่อ ประสานงาน ทั้งภายใน และ ต่างประเทศ

ฉ. จัดการฝึกซ้อมการบรรเทาภัยสาธารณะ ซึ่งจะได้ ประโยชน์ ไม่เฉพาะ ในการรับมือ แผ่นดินไหว เท่านั้น ยังช่วยให้ เตรียมพร้อม สำหรับ ภัยอื่นๆ ได้ด้วย เช่น อัคคีภัย ตึกถล่ม ภัยสงคราม เป็นต้น


รัฐฯ ควรดำเนินการเพื่อให้การก่อสร้าง ได้คุณภาพ และ มาตรฐาน โดยการปรับปรุง กฎหมาย เกี่ยวกับ การควบคุมงาน รวมทั้ง การบังคับ ใช้กฎหมาย ให้ได้ผล จริงจัง


สถาบันการศึกษา และ สมาคมวิชาชีพ ควรมีการสอน / ฝึกอบรม นิสิตนักศึกษา และ วิศวกร ให้มีความรู้ ความสามารถ ในการ ออกแบบ อาคาร ต้านภัย แผ่นดินไหว และ ควรปลูกจิตสำนึก ของ วิศวกร ให้ยึดมั่น ในจรรยา แห่งวิชาชีพ โดยเคร่งครัด และ มีจิตสำนึกสูง ในด้าน ความปลอดภัย



--------------------------------------------------------------------------------

บทส่งท้าย

แผ่นดินไหว ในเมืองไทย มิใช่ เป็นเรื่อง ไกลตัว อีกแล้ว เมื่อ เดือน กันยายน 2537 ได้เกิด แผ่นดินไหว ขนาด 5.1 ริคเตอร์ ที่อำเภอ พาน จังหวัด เชียงราย โดยมี จุดศูนย์กลาง ห่างจาก อำเภอ พานราว 25 กิโลเมตร เท่านั้น ยังผลให้ เสาสิบกว่าต้น ของ อาคาร ผู้ป่วยนอก โรงพยาบาล พาน แตกร้าว จนต้อง ปิดการ ใช้งาน (ดูรูปที่ 1) โรงเรียน และ วัดกว่า 50 แห่ง มีรายงาน การแตกร้าว เล็กน้อย จนถึง ปานกลาง และ เมื่อ วันที่ 12 กรกฎาคม 2538 ได้เกิด แผ่นดินไหว ขนาดประมาณ 7 หน่วยริคเตอร์ ที่ พรมแดนพม่า - จีน ถึงแม้ จุดศูนย์กลาง แผ่นดินไหว จะอยู่ห่าง จากเชียงราย ราว 250 กิโลเมตร แต่ ก็ยัง ทำให้ อาคาร จำนวน พอประมาณ เสียหาย เล็กน้อย เช่น อาคาร ผู้โดยสาร สนามบิน เชียงราย หอบังคับ การบิน โรงพยาบาล ในตัวเมือง เชียงราย เป็นต้น ด้วยจิตสำนึก และ มโนธรรม ของ ผู้เกี่ยวข้อง เจ้าของ โครงการ และ วิศวกร สมควร คำนึงถึง ความปลอดภัย ของ อาคาร เป็นสำคัญ ด้วย มิใช่ คิดแต่ จะลด ค่าก่อสร้าง เพียง อย่างเดียว การออกแบบ อาคาร ให้ ต้านทาน แผ่นดินไหว ในบ้านเรา ไม่สิ้นเปลือง มากมาย อย่างที่ คนทั่วไป เข้าใจกัน สำหรับ อาคาร ซึ่งมี การออกแบบ ให้ รับแรงลม ถูกต้อง ตาม หลักวิชาการ นั้น ค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้น เพื่อ ทำให้ อาคาร สามารถ ต้านภัย แผ่นดินไหว ในระดับ ที่เหมาะสม จะเป็น ประมาณ ร้อยละ 2-4 ของ ค่าก่อสร้าง ซึ่ง ได้รับ การยืนยัน จาก ผลการวิจัย ทั้งใน และ ต่างประเทศ ด้วย การออกแบบ ก่อสร้าง อาคาร ให้ได้ มาตรฐาน ความปลอดภัย เพียงพอ เท่านั้น จึง จะนำ ไปสู่ การ พัฒนา ที่ยั่งยืนได้ เป็นการ ก้าวสู่ สหัสวรรษ ใหม่ ด้วย ความมั่นคง หาไม่แล้ว หากเกิดภัยรุนแรง กว่าที่ คาดคะเน เราอาจจะ ประสบกับ หายนะ ซึ่ง เมืองไทย ไม่อาจ ที่จะ เสี่ยง กับ หายนะ รอบใหม่ ได้อีกแล้ว


--------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 17, 2007, 11:23:46 PM โดย Kai »

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
แผ่นดินไหวขนาดนี้ จะมีผลต่อโครงสร้างอาคารอย่างไร หรือไม่มีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงอะไรเลย และจะตรวจสอบอาคารอย่างไรที่จะทราบว่ามีสิ่งบอกเหตุว่า โครงสร้างอาคารได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

วิธีการตรวจสอบด้วยสายตา

1. ตรวจดูผนังก่ออิฐที่อยู่ระหว่างช่วงเสา เวลาตึกโยกตัวไปมา หากเกิดรอยร้าวในผนัง ลักษณะของการแตกร้าวจะเป็นในทิศทางทะแยงมุม ทั้ง 2 ทิศทางเป็นกากะบาท เนื่องจากผนังก่ออิฐจะเป็นส่วนที่ไวต่อการแตกร้าว

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผนัง pre-cast และผนังกระจกโดยรอบอาคารซึ่งเมื่อตึกมีการโยกตัว ผนังพวกนี้เสี่ยงต่อการหล่นลงมา เพราะจากที่เห็นการก่อสร้าง รอยต่อ จุดยึดพวกนี้ทำได้ไม่ค่อยดีนัก บางครั้งมีการปรับเปลี่ยนจากที่ผู้ออกแบบออกแบไว้เพื่อให้ทำงานง่ายในขั้นตอนของการก่อสร้าง รวมถึงการเกิดสนิมของรอยต่อในระยะยาวเนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำ hot dip galvanize

2. ให้ตรวจดูรอยต่อระหว่าง เสา-คาน,คาน-ผนังลิฟท์ ว่ามีรอยแตกร้าวหรือไม่ ซึ่งหากเกิดรอยร้าวตามข้อ 1 ก็น่าจะเกิดรอยร้าวตามข้อ 2 เช่นกัน

หากตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งบ่งบอกก็น่าจะมั่นใจได้ว่าไม่มีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
สิ่งที่น่าจับตามองคือผลของการขยายของคลื่นแผ่นดินไหวโดยชั้นดินอ่อน

จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวเกิดทางภาคเหนือ จุดที่รับรู้ความรู้สึกได้จะอยู่ทางภาคเหนือแล้วลงมาถึงกรุงเทพฯเลย ระหว่างทางไม่มีรายงานการรับรู้ถึงความสั่นไหว เป็นเหตุผลที่สนับสนุนว่าเหตุการณ์ที่นักวิชาการกลัวกันว่าจะเกิดผลของการขยายของคลื่นแผ่นดินไหวโดยชั้นดินอ่อน แสดงให้เห็นว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เกิดแจ๊คพอตในบ้านเราครับ

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
ที่มา :

SEPTEMBER 19, 1985 MEXICO EARTHQUAKE
WALTER HAYS
GLOBAL INSTITUTE FOR ENERGY AND ENVIRONMENTAL SYSTEMS
http://www.gadr.giees.uncc.edu/


บน 1985 MEXICO EARTHQUAKE: CRITICAL STRUCTURES--HOSPITALS
ล่าง 1985 MEXICO EARTHQUAKE: ESSENTIAL STRUCTURES--SCHOOLS
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 18, 2007, 12:48:51 AM โดย Kai »

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
บน 1985 MEXICO EARTHQUAKE: STEEL FRAME BUILDING
ล่าง 1985 MEXICO EARTHQUAKE: POUNDING


ออฟไลน์ realcopy

  • 1st Floor
  • *
  • กระทู้: 19
ขอบคุณคุณ KAI ที่แนะนำ
พื้นของอาคาร ไม่มีอยู่ในเนื้อหาที่คุณ KAI แสดงความเห็น แต่ส่วนพื้นมีประเด็นที่จะเป็นเบาะแสที่สำคัญของการเริ่มการแตกร้าวหรือปล่าวครับ (เนื่องจากอาคารที่เป็นกำแพงก่ออิฐมอญมีใช้ไม่มากแล้ว)
และสำหรับภาพสเก็ตของสิ่งบอกเหตุกับส่วนของอาคารว่าได้รับการกระทำจากแรงแผ่นดินไหว พอจะหาได้ที่ไหนครับ

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
บน 1985 MEXICO EARTHQUAKE: NUEVA LEON APARTMENT BUILDINGS
ล่าง 1985 MEXICO EARTHQUAKE: SEARCH AND RESCUE

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
บน 1985 MEXICO EARTHQUAKE: SEARCH AND RESCUE
ล่าง 1985 MEXICO EARTHQUAKE: RAILROAD  SYSTEM

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
บน 1985 MEXICO EARTHQUAKE: TELECOMMUNICATIONS (SCT)
ล่าง 1985 MEXICO EARTHQUAKE: SOIL AMPLIFICATION

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
http://www.scieds.com/spinet/historical/mexico_damage.php

The 1985 Mexico City Earthquake
Damage Photographs


Bottom level failure do to weak first floor
A small percentage of partial building failures were lower floor failures. This is the most common type of building failure since bottom floors typically have wide-open window areas and entrances with inadequate supports. Photograph credit: C.Arnold, Building Systmes Development


Building Sank into Liquefied Soil
This residential and commerial building sank more than three feet into the partially liquefied soil.Photo credit: Reinsurance Company, Munich Germany.


Collapsed School Building
School buildings are exposed to risk form earthquakes since they lack adequate stiffening in shear walls of large classroom areas. Photo credit: Reinsurance Company, Munich, Germany.


Collapsed Floors Punctured by Load-Bearing Column
Severe resonance oscillations of the buildings caused strain at the juncture between columns and ceiling slabs. The vertical coluns were punched through the heavy floors that collapsed around them. Photograph credit: Reinsurance Company, Munich, Germany.


Total Collapse of the Juarez Hospital
Over four hundred medical personnel and patients were trapped in the maternity wing of the Juarez Hospital. Survivors were still being retrieved from the structure as late as ten days after the earthquake. Photograph credit: E.V. Leyendecker, National Bureau of Standards.


Total Collapsed 21-Story Office Building
Buildings such as the one standing in the background met building code requirements. Obviously the collapsed office building did not. Photo credit: E.V. Leyendecker, National Bureau of Standards.


Car Demolished by Debris
Thousand of vehicles were destroyed, like the one in this picture, by falling debris. Photo Credit: Reinsurance Company, Munich, Germany.


Totally collapsed and Undamaged Office Buildings
The 44-floor Torre Latinoamericana office building in the background on the right, remained almost totally undamaged, as it did in a 1957 earthquake. The building is a symmetrical steel fram structure built to resist earthquakes. Photo Credit: Reinsurance Company, Munich, Germany.


Parking Garage Collapse
This multi-floor parking garage collapsed while other buildings remained undamaged. Photo Credit: Reinsurance Company, Munich, Germany.


Aerial View of Top Failure, Central Communications Center
This twelve-story reinforced concrete structure housed the Ministy of Communications and Trasport and the nation's main microwave transmitter. Failure of this structure precipitated a near collapse of long distance communications between Mexico City and the rest of the world and complicated the coordination of international rescue efforts. Photo credit: C. Arnold, Building Systems Development, Inc.


Failure of Top Floors, Hotel Continental, Mexico City
Top floors of buildings are particularly vulnerable because upper floorss are displaced more than ground vibrations leading to large amplification of oscillations. Photo Credit: C. Arnold, Building Systems Development, Inc.


Top Failure of Flexible Building Between Two Ridge Buildings
This flexible commercial building was in a vice-like clamp between two rigid neighboring buildings. This pressure caused the upper part of the building to collapse at the level of neighboring structures roofs. Photo Credit: C. Arnold, Building Systems Development, Inc.


Top-Floor Collapse Office Building, Mexico City
This office building shows the top of the floor collasped. Photo Credit: Reinsurance Company, Munich, Germany.


Top Failure of Reinforced Concrete Building, Mexico City
This building illustrates the corner effect. This is caused by the combination of different directions of vibration acting on the building. Photo Credit: C. Arnold, Building Systems Development, Inc.


Top Failure of Reinforced Concrete Building, Mexico City
Mid-floor failure of Hotel de Carlo caused by pounding form the building on the left. The building on the right has been deflected some what. The natural period of the buildings was very close to the period of the earthquake and because they were built very close to one another they pretty much hammered one another. Photo Credit: C. Arnold, Building Systems Development, Inc.


Closeup of Damage to Hotel de Carlo
Close up view of the damage caused to Hotel de Carlo. This picture showing the midfloor failure. Photo Credit: C. Arnold, Building Systems Development, Inc.earthquake. Photograph credit: E.V. Leyendecker, National Bureau of Standards.


Twisted Building
This building twisted excessively in the earthquake, forming the X-shaped cracks. The earthquake subjected the building to shear, bending, torsional forces, and compression. The formation of the X-shaped cracks is evidence the energy from the earthquake dissipated in the shear walls. Photo Credit: Reinsurance Company, Munich, Germany


Earthquake Oscillations Cause Collapse of Vertical Supports
The severe building oscillations deprived verical supports of their load-bearing capacity despite strong steel reinforcements. Note absence of reinforcement cross ties in vertical columns. Photo Credit: Reinsurance Company, Munich, Germany.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 18, 2007, 01:13:54 AM โดย Kai »

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1
ขอบคุณคุณ KAI ที่แนะนำ
พื้นของอาคาร ไม่มีอยู่ในเนื้อหาที่คุณ KAI แสดงความเห็น แต่ส่วนพื้นมีประเด็นที่จะเป็นเบาะแสที่สำคัญของการเริ่มการแตกร้าวหรือปล่าวครับ (เนื่องจากอาคารที่เป็นกำแพงก่ออิฐมอญมีใช้ไม่มากแล้ว)
และสำหรับภาพสเก็ตของสิ่งบอกเหตุกับส่วนของอาคารว่าได้รับการกระทำจากแรงแผ่นดินไหว พอจะหาได้ที่ไหนครับ

พื้นค่อนข้าง flexible ครับ สิ่งที่ต้องแตกให้เห็นก่อนคือผนัง อาจจะเป็นผนังกระจก ผนังก่ออิฐประเภทอื่นก็ได้เช่นอิฐบล๊อค อิฐมวลเบา พวกนี้จะเห็นก่อนครับ

ลองดูภาพนี้ครับ ผนังจะแตกเป็น X-shape น่าจะเป็นสิ่งที่แตกให้เห็นก่อนที่จุดอื่นจะมีปัญหา


ออฟไลน์ realcopy

  • 1st Floor
  • *
  • กระทู้: 19
ขอบคุณคุณ KAI สำหรับความรู้และความเห็นที่แนะนำ

ออฟไลน์ Kai

  • 3rd Floor
  • ***
  • กระทู้: 218
  • เพศ: ชาย
  • วสท. รุ่น 1

วิธีการตรวจสอบด้วยสายตา

1. ตรวจดูผนังก่ออิฐที่อยู่ระหว่างช่วงเสา เวลาตึกโยกตัวไปมา หากเกิดรอยร้าวในผนัง ลักษณะของการแตกร้าวจะเป็นในทิศทางทะแยงมุม ทั้ง 2 ทิศทางเป็นกากะบาท เนื่องจากผนังก่ออิฐจะเป็นส่วนที่ไวต่อการแตกร้าว

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผนัง pre-cast และผนังกระจกโดยรอบอาคารซึ่งเมื่อตึกมีการโยกตัว ผนังพวกนี้เสี่ยงต่อการหล่นลงมา เพราะจากที่เห็นการก่อสร้าง รอยต่อ จุดยึดพวกนี้ทำได้ไม่ค่อยดีนัก บางครั้งมีการปรับเปลี่ยนจากที่ผู้ออกแบบออกแบไว้เพื่อให้ทำงานง่ายในขั้นตอนของการก่อสร้าง รวมถึงการเกิดสนิมของรอยต่อในระยะยาวเนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำ hot dip galvanize

2. ให้ตรวจดูรอยต่อระหว่าง เสา-คาน,คาน-ผนังลิฟท์ ว่ามีรอยแตกร้าวหรือไม่ ซึ่งหากเกิดรอยร้าวตามข้อ 1 ก็น่าจะเกิดรอยร้าวตามข้อ 2 เช่นกัน

หากตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งบ่งบอกก็น่าจะมั่นใจได้ว่าไม่มีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง


ขอเสริมอีกนิดหนึ่ง วิธีการสังเกตดังกล่าวเป็นเพียงการสังเกตอย่างกว้างๆสำหรับอาคารทั่วๆไปที่มีการโยกตัวแล้วเกิดความเสียหาย แต่โครงสร้างบางลักษณะก็อาจจะเกิดรอยร้าวเฉียงที่เสาให้เห็นก่อนก็เป็นไปได้ครับ คงต้องดูเป็นกรณีๆไปด้วย

ออฟไลน์ boow

  • 1st Floor
  • *
  • กระทู้: 8