ผู้เขียน หัวข้อ: จี้รัฐขยายเพดานกม.รับแผ่นดินไหว คุมตึกไม่เกิน15ม.-เข้มก่อสร้างอาคาร2พื้นที่เสี่ย  (อ่าน 4142 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • 5th Floor
  • *****
  • กระทู้: 1521
  • ThaiBuildingInspector
    • ThaiBuildingInspector
จี้รัฐขยายเพดานกม.รับแผ่นดินไหว คุมตึกไม่เกิน15ม.-เข้มก่อสร้างอาคาร2พื้นที่เสี่ยงภัย

วสท.และนักวิชาการประสานเสียงชี้ตึกเตี้ยเสี่ยงเสียหาย จากแผ่นดินไหวมากกว่าอาคารสูง แนะรัฐพิจารณาขยายเพดานกฎหมายควบคุมอาคารสูงไม่เกิน 15 เมตร ใน 2 จังหวัดที่มีรอยเลื่อน "เชียงรายและกาญจนบุรี" ให้คำนวณโครงสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหวด้วย


รศ.ดร.อมร พิมานมาศ ประธาน คณะอนุกรรมการวิศวกรรมโครงสร้าง และสะพาน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุดในสหภาพพม่า ความแรงระดับ 6.7 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เท่าที่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตมาจากถูกผนังก่ออิฐที่แตกร้าวเสียหายล้มทับจน เสียชีวิตในเวลาต่อมา สะท้อนให้เห็นว่าหากเป็นอาคารที่ไม่ได้ถูกออกแบบโครงสร้างให้มีความแข็ง แรงอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมก็มีโอกาสเกิดความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว จนนำมาสู่การเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมให้ต้องออกแบบโครงสร้างอาคารต้านแผ่นดิน ไหว จึงถือว่ามีความเสี่ยงเสียหายจากแผ่นดินไหวรุนแรงได้

ซึ่งมีข้อ เสนอแนะให้รัฐขยายเพดานการบังคับใช้กฎหมายกับอาคารก่อสร้างใหม่ที่สูงไม่ เกิน 15 เมตร ใน 2 จังหวัดคือเชียงรายและกาญจนบุรี เนื่องจากมีรอยเลื่อนโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงได้ ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตการควบคุมกฎหมาย นับจากเมื่อปี 2540 ที่ภาครัฐได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 49 บังคับให้อาคารสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไปในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือและจังหวัดกาญจนบุรี และล่าสุดเมื่อปี 2550 ได้ขยายพื้นที่ รวมกรุงเทพฯด้วย จะต้องคำนวณโครงสร้างอาคารให้สามารถต้านแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้

เหตุผล ที่มีข้อเสนอแนะให้ขยายเพดานการบังคับใช้กฎหมายกับอาคารที่สูงไม่เกิน 15 เมตร เพราะประชาชนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าอาคารสูงมีความเสี่ยงเสียหายหรือถล่มจาก แรงแผ่นดินไหวมากที่สุด แต่ความจริงคือ อาคารสูงส่วนใหญ่ถูกคำนวณโครงสร้างให้สามารถต้านทานแรงลมและแรงสั่นสะเทือน จากแผ่นดินไหวได้ดี เห็นได้จากเหตุแผ่นดินไหวล่าสุดก็ไม่ได้ทำให้อาคารสูงในกรุงเทพฯเกิดความ เสียหาย ดังนั้นในมุมมองของวิศวกรจึงเห็นว่า อาคารจำพวกตึกแถว หรือบ้านชั้นเดียวที่ก่อสร้างโดยใช้อิฐมอญอย่างเดียวโดยไม่มีเสาคาน หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยระบบผนังสำเร็จรูปที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะช่วงรอยต่อระหว่างผนังและพื้นอาคาร มีความเสี่ยงเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหวได้มาก
***webmaster***

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • 5th Floor
  • *****
  • กระทู้: 1521
  • ThaiBuildingInspector
    • ThaiBuildingInspector

"ส่วน ตัวได้เข้าไปเป็นอนุกรรมการในการยกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ของกรมโยธาธิการและ ผังเมือง เกี่ยวกับการกำหนดเกณฑ์ขอดัดแปลงอาคาร (อาคารเก่า) เพื่อเสริมความมั่นคง แข็งแรงให้สามารถต้านแรงแผ่นดินไหวด้วย ก่อนหน้านี้มีโอกาสเสนอแนะเรื่องการขยายเพดานกฎกระทรวงควบคุมอาคารสูงไม่ เกิน 15 เมตร แต่ก็ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นจะถูกขยายผลให้เป็นจริง หรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับกรมโยธาฯ"

ผศ.ดร.อาณัติ เรืองรัศมี อนุกรรมการผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม วสท. กล่าวว่า เห็นด้วยหากรัฐจะออกกฎกระทรวงขยายเพดานการควบคุมกับอาคารก่อสร้างใหม่ทสูง ไม่เกิน 15 เมตร แต่มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 2 ส่วนคือ 1) อาจจะต้องไม่มีมาตรฐานต้านแรงแผ่นดินไหวสูงเท่ากับอาคารสูงก็ได้ เพราะจากการเก็บข้อมูลที่ผ่านมาอาคารที่มีความสูงไม่มากนัก มีค่าการสั่นสะเทือน (อาคารโยกไปมา) เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในระดับที่น้อยกว่าอาคารสูง เห็นได้จากที่ผ่านมายังไม่มีอาคารเตี้ยที่มีเสาและคานเสริมเหล็กพังทลาย หรือเสียหายหนักจากเหตุแผ่นดินไหว และ 2) ควรจะมีเวลาให้ประชาชนเตรียมตัวด้วย

รศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโครงสร้างคณะ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) และ หัวหน้าโครงการลดภัยพิบัติจาก แผ่นดินไหวในประเทศไทย กล่าวว่า รัฐควรขยายขอบเขตกฎหมายการคำนวณโครงสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหวกับอาคารทุก ประเภท ทุกระดับความสูง ในจังหวัดกาญจนบุรีและภาคเหนือด้วย เพราะอยู่ใกล้หรือมีรอยเลื่อนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวจึงมีโอกาสส่งคลื่นความถี่ ทุกระดับสร้างความเสียหายกับอาคารทุกประเภทและทุกระดับความสูงได้

ส่วน อาคารที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯเสี่ยงเกิดความเสียหายน้อยกว่าเพราะรอยเลื่อนที่ อยู่ใกล้ที่สุดคือจังหวัดกาญจนบุรี มีระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ 200 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากผิวดินจึงดูดซับไว้บางส่วน ยกเว้นจะเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7-7.5 ริกเตอร์ อาจทำให้อาคารเสียหายได้ แต่จากการศึกษาพบว่าการเกิดแผ่นดินไหวระดับดังกล่าวแต่ละครั้งอาจจะต้องใช้ เวลานาน 2,000-3,000 ปี


ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1301738734&grpid=02&catid=no
***webmaster***